อัศวินกองทุน รายงานภาวะตลาดประจำวันที่ 7-11 สิงหาคม 2560

7 สิงหาคม 2560

สวัสดีครับ กลับมาอีกแล้วกับคอลัมน์ Weekly Outlook สรุปและอัพเดทกลยุทธ์การลงทุนประจำสัปดาห์ กับผม อัศวินกองทุน เหมือนเช่นเคยครับ

สำหรับภาพรวมตลาดในสัปดาห์นี้มีการเปลี่ยนแปลงหลายด้านเลยล่ะครับ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เอ้ย ไม่ใช่ครับ ทั้งสินทรัพย์หลากหลายประเภทต่างหาก เรามาดูกันเลยครับ

#ภาพรวมของตลาด
เริ่มต้นที่พี่ใหญ่สุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สัปดาห์นี้ปรับตัวลดลง หลังจากตัวเลข ISM Manufacturing Index (ISM) ภาคบริการเดือน ก.ค. ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อน ทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะขยายตัวดีต่อเนื่องในไตรมาสที่สามหรือไม่ ผลที่ได้เลยเป็นเช่นนี้ครับ

กลับมาฝั่งเอเชียกันต่อ กับตลาดหุ้นจีน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากธนาคารกลางจีนอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบ แต่ในขณะที่ตลาดหุ้นเกาหลีปรับตัวลงแรงหลังจากรัฐบาลมีแผนขึ้นภาษีกับธุรกิจขนาดใหญ่ เอาล่ะครับ ทำไมมันขัดกันแบบนี้ล่ะ

ขอย้ายมาดูที่ ตลาดหุ้นอินเดียกันบ้างครับ ทางฝั่งอินเดียมีการปรับตัวลงเล็กน้อยหลังจากธนาคารกลางอินเดียลดดอกเบี้ยลง 0.25% ตามการคาดการณ์ ทำให้นักลงทุนบางส่วนขายทำกำไรออกมา ตรงนี้จะเป็นจังหวะที่ดีหรือไม่ เดี๋ยวรอดูในช่วงกลยุทธ์การลงทุน

ปิดท้ายที่สินทรัพย์ทางเลือกเหมือนเช่นเคยครับ ราคาน้ำมันปรับตัวลงหลังจากปริมาณสำรองน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงน้อยกว่าการคาดการณ์ และการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มโอเปค ทำให้นักลงทุนยังกังวลต่อภาวะน้ำมันล้นตลาดอยู่ครับ

ส่วนราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการอ่อนค่าลองของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้นครับ

ภาพรวมสัปดาห์นี้มีการเปลี่ยนแปลงในหลายตลาดเลยล่ะครับ เรามาจับกลยุทธ์การลงทุนกันต่อเลยดีกว่าครับผม

 

#กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารทุน

~ตลาดหุ้นอินเดีย สัปดาห์นี้ผมยังแนะนำให้สะสมหุ้นอินเดียกันต่อไปครับ เนื่องจากมูลค่าพื้นฐานเมื่อเทียบกับการคาดการณ์การเติบโตของรายได้บริษัท ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย ทำให้ตลาดมีความน่าสนใจ นอกจากนี้ นโยบายปฏิรูปภาษีหรือ GST นั้นจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนทางเศรษฐกิจจากต่างชาติ ซึ่งสนับสนุนการขยายตัวเศรษฐกิจในระยะกลางถึงยาว ส่วนเราก็ลงทุนกันต่อไปครับ ถ้าจะดีขนาดนี้ ฮ่าๆ

~ตลาดหุ้นเกิดใหม่ โดยรวมแล้วจะสังเกตว่า ผมแนะนำให้สะสมหุ้นประเทศเกิดใหม่เอเชียมาสักพักแล้ว ตอนนี้ก็ยังแนะนำแบบนั้นอยู่ครับ เพราะหลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯไม่ได้ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยหรือลดขนาดงบดุลเร็วกว่าที่ตลาดคาด ในการประชุมรอบเดือน ก.ค. ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ประกอบกับเศรษฐกิจและตลาดหุ้นจีนที่มีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุนและเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อประเทศในภูมิภาคเอเชียอีกด้วย เอ้า ยัง ยังไม่ซื้อกันอีก

~ตลาดหุ้นยุโรป ไปต่อเช่นเดียวกันครับ ผมแนะนำให้สะสมหุ้นยุโรปขนาดเล็กหลังจากตลาดปรับตัวลงเนื่องจากความกังวลถึงการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป อย่างไรก็ตามคาดว่าธนาคารกลางยุโรปจะไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วตามคาดหรอกครับ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวลง โดยแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นยุโรปขนาดเล็กเนื่องจากรายได้ของบริษัทส่วนใหญ่มาจากการบริโภคในประเทศ ที่อาจว่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าจากค่าเงินยูโรที่แข็งค่า แบบนี้ก็เลยขอจัดกันต่อไปครับ

~ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผมมองว่ายังไงก็ไปต่อ แนะนำให้สะสมหุ้นสหรัฐฯ จากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเร่งตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าตั้งแต่ช่วงต้นปีเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการบริษัทอยู่ครับ ยังจัดต่อไปได้สบายๆเลยครับผม

~ตลาดหุ้นญี่ปุ่น สัปดาห์นี้มีการเปลี่ยนแปลงนะครับ!! ขอปรับกลยุทธ์เป็นชะลอการลงทุนตลาดหุ้นญี่ปุ่นหลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯไม่ได้ส่งสัญญาณรีบขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าและเยนมีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น นอกจากนี้ คะแนนความนิยมของนาย Shinzo Abe นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นลดลงต่ำที่สุดตั้งแต่ได้รับตำแหน่ง ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพทางการเมืองญี่ปุ่นและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แบบนี้ไม่ดีกับเราเท่าไร ชะลอกันก่อนดีกว่าครับ

~สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : สำหรับประเทศพัฒนาเน้นสะสม สหรัฐฯ กับ ยุโรป (หุ้นเล็ก)เหมือนเดิมครับ ส่วนตลาดเกิดใหม่เน้นฝั่งเอเชียจัดไปได้เลยครับยาวๆ ยกเว้นที่เดียว ญี่ปุ่น ตอนนี้อย่าเพิ่งไปยุ่งกับเขาครับผม

 

#กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้

~ตราสารหนี้สหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลงหลังจากตัวเลข ISM ภาคบริการที่ปรับตัวลงต่ำที่สุดในรอบ 12 เดือน ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดังนั้นดูกันดีๆครับผม

~ตราสารหนี้ไทย ผมยังคงคำแนะนำให้นักลงทุนเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น โดยคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงรักษาดอกเบี้ยนโยบายในระดับเดิมเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อไป

~สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : การลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับตราสารหนี้ คือ เน้นกระจายการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ ที่มีนโยบายลงทุนใน เงินฝาก ตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ภาครัฐ สถาบันการเงิน และให้ผลตอบแทนที่ดีแทนครับ

 

#กลยุทธ์ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก

~ทองคำ น่าจะย้ำมาหลายครั้งแล้ว แต่ขอย้ำอีกละกันนะครับว่าแนะนำให้นักลงทุนมีทองคำในพอร์ตไว้บ้างเพื่อการกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนในตลาดหุ้นครับ

~น้ำมัน ออกตัวล้อฟรีสำหรับสัปดาห์นี้ครับ แนะนำว่าให้ชะลอการลงทุนในน้ำมันเนื่องจากราคาปรับตัวขึ้นมาเร็ว สะท้อนว่าตลาดได้คาดการณ์ความต้องการของสหรัฐฯ ช่วง driving season ไว้มากแล้ว นอกจากนี้ กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐฯ และโอเปค จะทำให้ตลาดน้ำมันเข้าสู่ภาวะสมดุลช้าลง ดังนั้นรอและหยุดดูกันไปสักพักครับ เดี๋ยวถ้ามาเมื่อไรผมจะบอก ฮ่าๆ

~สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : ขอแนะนำให้ทยอยสะสมทองคำ แต่ชะลอการลงทุนในน้ำมันครับผม

ผมมองว่าสะสมได้หลายตัวอยู่ครับ ทางฝั่งประเทศพัฒนา แนะนำหุ้นสหรัฐฯ และหุ้นยุโรปครับ ส่วนกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ผมขอเน้นไปที่การลงทุนในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ที่ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มของค่าเงินดอลลาร์ที่ยังคงอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องครับ

อย่าลืมนะครับว่า การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนในความรู้ ผมขอแนะนำให้ทุกคนลองทำความเข้าใจกับสินทรัพย์ที่เราใช้ลงทุนให้ดี กระจายความเสี่ยงให้เหมาะสม เพื่อที่เราจะได้รู้จริงๆว่ามันเป็นอะไรยังไงแบบไหนนั่นเองครับ

พบกันใหม่สัปดาห์หน้ากับ อัศวินกองทุน และมุมมองการลงทุนที่จะทำให้เข้าใจการลงทุนได้ในสไตล์คนรุ่นใหม่ และจัดพอร์ทได้มีกำไร ห่างไกลผลขาดทุนครับผม สวัสดีคร้าบบบ

หมายเหตุ : *ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่ 3 ส.ค. 2560 ทั้งนี้ เอกสารนี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเผยแพร่ทั่วไป ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชักชวน ชี้นำ หรือ เสนอซื้อ-ขาย หลักทรัพย์ใดๆ จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็นหรือคำแนะนำในการตัดสินใจการลงทุนทางการเงิน และทางธุรกิจแต่อย่างใดโดยสิ้นเชิง ผู้ใช้ข้อมูลนี้ต้องใช้ความระมัดระวังด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วยตนเอง