คำถามที่พบบ่อย

ท่านสามารถตรวจสอบราคา หรือมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนได้โดยวิธีการต่อไปนี้

  1. ติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ (SCBAM Call Center) ที่หมายเลข 02-777-7777 กด 0 กด 6
  2. ตรวจสอบจากหนังสือพิมพ์
  3. จากเว็บไซด์ของบลจ. ไทยพาณิชย์ จำกัด (www.scbam.com )
  1. ช่วงเสนอขายครั้งแรก ( First Subscription ) จะเสนอขายที่ราคา PAR ซึ่งโดยปกติแล้ว ราคา PAR จะอยู่ที่ 10 บาท ต่อ 1 หน่วยลงทุน ( บวก ค่าธรรมเนียมซื้อ ถ้ามี) 
  2. ช่วงเวลาซื้อขายปกติ ผู้ลงทุนจะทราบราคาซื้อขายหน่วยลงทุน ในวันทำการจากวันซื้อขาย 1 วัน ( T+1 ) โดยทุกครั้งที่ลูกค้าทำรายการฯ จะไม่สามารถทราบราคาต่อหน่วย แต่จะสามารถดูราคาล่าสุดได้ (เป็นราคาของวันทำการก่อนหน้า 1 วัน เท่านั้น)

ท่านสามารถดำเนินการได้โดย ติดต่อธนาคารไทยพาณิชย์ ทุกสาขาที่ท่านสะดวก เพื่อกรอกแบบฟอร์มในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบริการกองทุน พร้อมทั้งให้สำเนาบัตรประชาชนเป็นหลักฐานประกอบการแก้ไขเปลี่ยนแปลง

สำหรับกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ฟอร์เรน โนท (SCBFRN) บลจ. ไทยพาณิชย์จะมีการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้ ซึ่งเมื่อมีการคำนวณมูลค่าต่อหน่วยกองทุน ณ สิ้นวัน จะต้องนำเอาราคาของตราสารต่างประเทศ และราคาของสัญญาป้องกันความเสี่ยงในอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดรองมาใช้ในการ คำนวณเพื่อให้สะท้อนราคาตราสารที่แท้จริง และเพื่อใช้ในการบันทึกราคาเพื่อทราบมูลค่าของตราสาร ณ แต่ละช่วงเวลาเท่านั้น อย่างไรก็ดี ผู้ถือหน่วยลงทุนจะยังคงได้รับผลตอบแทนในอัตราตามที่ระบุในหนังสือชี้ชวนของ บริษัทจัดการ

ปัจจุบัน บลจ. ไทยพาณิชย์ จำกัดมีกองทุน LTF ทั้งสิ้น 6 กองทุนให้ผู้ลงทุนได้เลือกลงทุน โดยแต่ละกองทุนมีนโยบายกองทุนที่แตกต่างกันดังนี้

 
กองทุน ความเสี่ยง นโยบายการลงทุน นโยบาย
จ่าย
ปันผล
1. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์
หุ้นระยะยาวปันผล70/30(SCBLT1)
6 ลงทุนในหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีนโยบายหรือมีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ โดยลงทุนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65 แต่ไม่เกินร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ส่วนที่เหลือลงทุนในตราสารหนี้ ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยง มี
2. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์
หุ้นระยะยาว พลัส(SCBLT2)
6 ลงทุนหุ้นที่มีนโยบายหรือมีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม และอาจลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัท ที่จดทะเบียนและหรือไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และตราสารการเงินอื่น ๆ ในสัดส่วนที่เหมาะสมของแต่ละช่วงเวลา และอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อ ป้องกันความเสี่ยง ไม่มี
3. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์
หุ้นระยะยาว เอ็มเอไอ(SCBLT3)
6 ลงทุนในหุ้นสามัญที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีพื้นฐานดี มั่นคง และ/หรือมีแนวโน้มเจริญเติบโตสูงไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม และอาจมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง และตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง ไม่มี
4. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์
หุ้นระยะยาวอินเตอร์(SCBLT4)
6 ลงทุนในหุ้นสามัญจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีพื้นฐานดี แนวโน้มเจริญเติบโตสูง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม และมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 35 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ทั้งนี้อาจลงทุนใน สัญญาซื้อขายล่วงหน้า มี
5. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์
หุ้นระยะยาวทาร์เก็ต(SCBLTT)
6 ลงทุนในหุ้นสามัญที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีพื้นฐานดี มั่นคง และ/หรือมีแนวโน้มเจริญเติบโตสูงไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม และอาจมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ต และตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง มี
6. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์
หุ้นระยะยาวสมาร์ท(SCBLTS)
6 ลงทุนในหุ้นประมาณ 70% และใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Set50 Index Futures) เพื่อป้องกันความเสี่ยงประมาณ 35%
        *หมายเหตุ : ไม่สามารถทำรายการซื้อ หรือ สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2555 เป็นต้นไป
ไม่มี

 

 

ปัจจุบัน บลจ. ไทยพาณิชย์ จำกัดมีกองทุน RMF ทั้งสิ้น 8 กองให้ผู้ลงทุนได้เลือกลงทุน โดยแต่ละกองทุนมีนโยบายกองทุนที่แตกต่างกัน

 
กองทุน ความเสี่ยง นโยบายการลงทุน นโยบายจ่ายปันผล
1. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์
ตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRM1)
4 ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นของภาครัฐ
และเอกชนที่มีพื้นฐานดี โดยให้มีโอกาสรับผลตอบแทนใกล้เคียงกับการฝากเงิน
ไม่มี
2. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์พันธบัตรรัฐบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ
(SCBRM2)
3 ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือตราสารหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันโดยลงทุนเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งมีผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินในระยะยาว ไม่มี
3. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์
เฟล็กซิเบิ้ลฟันด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ
(SCBRM3)
5 มีการกระจายการลงทุนทั้งในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และหรือเงินฝากโดยผู้จัดการกองทุนรวมจะจัดสัดส่วนที่เหมาะสมในแต่ละสภาวการณ์ เพื่อผลตอบแทนการลงทุนที่ดี ไม่มี
4. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์
หุ้นทุน เพื่อการเลี้ยงชีพ
(SCBRM4)
6 ลงทุนในหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีพื้นฐานดีและสภาพคล่องสูง โดยลงทุนเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยมีเป้าหมายที่จะให้ผลตอบแทนสอดคล้องกับดัชนี SET50 มีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนหุ้นในระยะยาว ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง ไม่มี
5. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์
โกลด์ THB เฮดจ์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBGOLDHRMF)
8 เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust (กองทุนที่ลงทุนในทองคำแท่ง) ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ประเทศสิงคโปร์ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ ขณะใดขณะหนึ่งไม่น้อยกว่า ร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนในต่างประเทศ ไม่มี
6. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์
SET50 Index เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRMS50)
6 งทุนในหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50 ซึ่งจำลองการเคลื่อนไหวของดัชนี SET50 เพื่อให้อัตราผลตอบแทนของกองทุนใกล้เคียงกับอัตราผลตอบแทนของดัชนี SET50 มากที่สุด ไม่มี
7. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล เวลท์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRMGW) 5 เน้นกระจายการลงทุนในหลากหลายประเภทสินทรัพย์ทั่วโลก เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนและมุ่งสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว โดยกองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ ขณะใดขณะหนึ่งไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนในต่างประเทศ ไม่มี
8. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์
โกล บอล เวลท์ พลัส
เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRMGWP)
5 เน้นกระจายการลงทุนในหลากหลายประเภทสินทรัพย์ทั่วโลก เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการลงทุน โดยเน้นการลงทุนในตราสารทุน โดยกองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ ขณะใดขณะหนึ่งไม่น้อยกว่า ร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนในต่างประเทศ ไม่มี
9. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์
หุ้นยุโรป เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRMEU)
6 เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ไม่มี
10. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์
หุ้นญี่ปุ่น เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRMJP)
6 เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ไม่มี
11. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์
โกลบอลเฮลธ์แคร์
เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRMGHC)
7 เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ไม่มี
12. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์
โกลบอลอินฟราสตรัคเจอร์
เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRMGIF)
6 เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ไม่มี

 

  • กองทุนเปิดประเภทที่มีบริการ Fundbook ผู้ลงทุนสามารถเลือกรับ Fund Book หรือหนังสือรับรองสิทธิ์ในหน่วยลงทุน (เอกสารแสดงสิทธิ์) อย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งนี้ ผู้ลงทุนที่ขอรับ Fund Book แล้ว จะไม่ได้รับการจัดส่งหนังสือรับรองสิทธิ์ฯ
  • กองทุน Term Fund (กองทุนที่มีอายุโครงการ) สามารถเลือกรับ Fund Book หรือหนังสือรับรองสิทธิ์ในหน่วยลงทุน (เอกสารแสดงสิทธิ์) อย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งนี้ ผู้ลงทุนที่ขอรับ Fund Book แล้ว จะไม่ได้รับการจัดส่งหนังสือรับรองสิทธิ์ฯ
  • ผู้ลงทุนจะได้รับหนังสือรับรองสิทธิ์ฯ ภายใน 7 วันทำการ (หลังจากที่ทำรายการ)

สำหรับกองทุนที่ไม่มีบริการ Fund book จะได้รับหนังสือรับรองสิทธิ์ฯ

ผู้ลงทุนสามารถสั่งซื้อหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ ได้ที่

  • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โทร.0-2544-3874-6 และสำนักงานสาขาทุกแห่ง เวลา 8.30-15.30 น.
  • บล. ไทยพาณิชย์ จำกัด โทร. 0-2263-3500 เวลาเปิดทำการ 8.30-15.30 น.
  • บลจ. ไทยพาณิชย์ จำกัด โทร. 0-2777-7777 กด 0 กด 6 เวลาเปิดทำการ 8.30-15.30 น.
  • บริการธนาคารทางอินเตอร์เน็ต SCB EASY FUND ภายใต้ SCB EASY NET www.scbeasy.com เวลา 6.00-16.00น.
  • ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามที่บริษัทจัดการกำหนด*

ทั้งนี้ เวลาปิดรับรายการขึ้นอยู่กับแต่ละประเภทกองทุน ซึ่งระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนฯ

บัญชีออมทรัพย์ หรือ เดินสะพัด ของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โดยจะต้องเป็นชื่อบัญชีเดียวกับผู้ถือหน่วยลงทุน

บัญชีร่วม จะต้องมีหลักเกณฑ์การเปิดบัญชี ดังนี้

  1. ผู้ลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดาตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปแต่ไม่เกิน 4 คน และ ผู้เปิดบัญชีจะต้องลงนามร่วมกัน ทุกคน
  2. ชื่อบัญชีเงินฝากที่รับโอนเงินค่าขายคืน " จะต้องเป็นชื่อบัญชีร่วมและเงื่อนไขตรงกับบัญชีกองทุน"
  3. เงื่อนไขการลงนาม
    การเปิดบัญชี
    (ต้องลงนามร่วมกันทุกคน)
    การลงทุนเพื่อทำธุรกรรม

    และ
    และ / หรือ
    หรือ

    ทุกคน
    ระบุเงื่อนไขในการลงนามเป็น (1 ใน 2) หรือ (2 ใน 3)เป็นต้น ได้
    ระบุเงื่อนไขในการลงนามเป็น (1 ใน 2) หรือ (2 ใน 3)เป็นต้น ได้

  4. บัญชีร่วมไม่สามารถลงทุนในกองทุนรวมบางประเภทได้ คือ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long Term Equity Fund: LTF),กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund: RMF) ,กองทุนรวมที่มี การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ กองทุนรวมที่มีการจ่ายเงินปันผล

ท่านสามารถสมัครใช้บริการกองทุนได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ทุกสาขา หรือ ผู้สนับสนุนการขาย ที่สะดวก ตามวันและเวลาทำการ โดยเตรียมเอกสารต่อไปนี้เพื่อประกอบการยื่นขอใช้บริการกองทุน

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาสมุดบัญชีออมทรัพย์ / กระแสรายวัน ของธนาคารไทยพาณิชย์ (ถ้ามี)

ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม คลิกที่นี่

สำหรับการลงทุนในกองทุนเปิดประเภทตราสารทุน จะได้รับผลตอบแทน 2 ประเภทได้แก่

  1. ส่วนเกินราคาทุน (Capital Gain) และ
  2. เงินปันผล ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลดังกล่าว จะขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละกองทุนสำหรับการลงทุนในกองทุนเปิดประเภทตราสารหนี้ จะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยรับ และมีความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนในกองทุนเปิดประเภทตราสารทุน

การลงทุนในกองทุนรวมมีความเสี่ยง ซึ่งระดับและประเภทของความเสี่ยงนั้นขึ้นอยู่กับ นโยบายการลงทุนของกองทุนของแต่ละกองทุน (โปรดศึกษาเกี่ยวกับความเสี่ยงของกองทุนรวมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุนนั้นๆ)

 

ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับกองทุนส่วนบุคคล ได้แก่

  1. ค่าธรรมเนียมการจัดการ ขึ้นกับขนาดกองทุนและนโยบายการลงทุนของลูกค้า
  2. ค่าธรรมเนียมผู้รับฝากทรัพย์สิน ขึ้นกับขนาดกองทุนและสถาบันที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ

องค์ประกอบมีทั้งหมดดังนี้

  1. ผู้ลงทุน เป็นเจ้าของและมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินสุทธิของกองทุนของตนมีสิทธิในการรับทราบข้อมูลของบริษัทจัดการและ ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่บริษัทจัดการส่งให้
  2. บริษัทจัดการ เป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังมีบุคลากรพร้อม มีระบบการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ทำการลงทุนตามนโยบายที่กำหนดร่วมกับผู้ลงทุน จัดทำรายงาน ประจำเดือน และดูแลให้กระบวนการลงทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  3. ผู้รับฝากทรัพย์สิน เป็นสถาบันการเงินที่มีคุณสมบัติตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทจัดการ ทำหน้าที่รับฝากและเก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคลตามรายบัญชี
  4. ผู้สอบบัญชีกองทุนส่วนบุคคล จะมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดในกรณีที่ผู้ลงทุน ต้องการให้มีผู้สอบบัญชี
    ตรวจสอบสมุดบัญชี และเอกสารอื่น ๆ
  5. สมาคมบริษัทจัดการลงทุน มีบริษัทจัดการลงทุนทุกบริษัทเป็นสมาชิกโดยกำหนด มาตรฐาน การปฏิบัติงานที่ดี
  6. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นหน่วยงานของภาครัฐ ตั้งขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ระเบียบ ข้อบังคับ และหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแลธุรกิจหลักทรัพย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
  7. เจ้าหน้าที่การตลาด ทำการดูแลกองทุนของลูกค้าเฉพาะราย สนับสนุนด้านข้อมูลให้แก่ ลูกค้า และประสานงานกับผู้จัดการกองทุน เพื่อให้คำปรึกษา และแนะนำ การลงทุนให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ในระดับความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้
  8. เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการลงทุน ดูแลการจัดทำ และนำส่งรายงานการลงทุนทุกเดือน หรือตามความประสงค์ของลูกค้า ซึ่งรายงานดังกล่าวจะชี้แจงรายละเอียด ในเรื่องมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ผลการดำเนินงาน สถานการณ์ลงทุน การถือครองหลักทรัพย์และรายงานการซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อให้ลูกค้าได้ทราบถึงความเป็นไปของกองทุนของตน
  9. ผู้จัดการกองทุน ดูแลบริหารกองทุน ติดตามสภาวะเศรษฐกิจ การลงทุน สรุปผลการ ดำเนินงานที่ผ่านมา และกำหนดกลยุทธ์การลงทุนที่จะดำเนินการต่อไป
  1. นโยบายการลงทุนประเภท ตราสารหนี้ (Fixed Income Fund) มีนโยบายการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งเงินฝาก ตั๋วเงิน ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ และตราสารหนี้อื่นๆ ยกเว้นตราสารทุน เป็นนโยบายที่มีความเสี่ยงต่ำ
  2. นโยบายการลงทุนประเภท แบบผสม (Balance Fund) ระหว่าง ตราสารหนี้ ตราสารทุน และ/หรือตราสารอนุพันธ์ โดยจะกำหนดสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนตามระดับ การยอมรับความเสี่ยงของลูกค้า
  3. นโยบายการลงทุนประเภท ผสมแบบยืดหยุ่น (Flexible Fund) ระหว่าง ตราสารหนี้ตราสารทุน และ/หรือตราสารอนุพันธ์ โดยจะไม่มีการกำหนดสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนแต่อย่างใด โดยการจัดสรรเงินลงทุนระหว่างตลาดตราสารทุนและตลาดตราสารหนี้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน
  4. นโยบายการลงทุนประเภทตราสารทุน (Equity Fund) มีนโยบายที่เน้นการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน เช่น หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ์ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น เป็นต้น
  1. ทักษะความรู้และความเข้าใจด้านการลงทุน
  2. ความพร้อมของเงินลงทุน
  3. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการลงทุน
  4. อัตราผลตอบแทนที่คาดหวังและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  5. ลักษณะและระยะเวลาของการลงทุน
  6. รายละเอียดและข้อจำกัดทางภาษี
  7. ระยะเวลาที่ต้องการผลตอบแทน