การจัดการกองทุนส่วนบุคคล ของ บลจ. ไทยพาณิชย์

ภาพรวมการบริการกองทุนส่วนบุคคล
ของ บลจ.ไทยพาณิชย์

กองทุนส่วนบุคคล คือ การบริหารจัดการเงินลงทุนของลูกค้า ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา คณะบุคคล และนิติบุคคล ที่มอบหมายให้บริษัทจัดการเป็นผู้บริหารจัดการลงทุนแทน โดยลูกค้าสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายการลงทุน วัตถุประสงค์การลงทุน ข้อจำกัดการลงทุนของลูกค้า โดยอยู่ภายใต้ความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้ เพื่อตอบสนองความต้องการและแสวงหาผลประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้าตามที่ได้คาดหวังไว้

โดยบริษัทจัดการจะมีหน้าที่จัดสรรเงินลงทุนในหลักทรัพย์ การคัดเลือกหลักทรัพย์ และการจับจังหวะการลงทุนของตลาดตามความเหมาะสม ภายใต้กรอบและข้อจำกัดการลงทุนที่ได้ตกลงไว้กับลูกค้า ทำให้รูปแบบการลงทุนมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละท่านได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินหรือเงินกองทุนจะเป็นของลูกค้า อยู่ภายใต้ชื่อของลูกค้า โดยมีการระบุชื่อของบริษัทจัดการควบคู่ไปด้วยเพื่อเป็นการบอกถึงสิทธิ์ในการบริหารจัดการทรัพย์สินของลูกค้า และการเสียภาษีจากการลงทุนของลูกค้าจะเป็นไปตามตามประเภทของลูกค้า เช่น ลูกค้าบุคคลธรรมดา ก็เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ส่วนลูกค้านิติบุคคล ก็เสียภาษีเงินได้ นิติบุคคล เป็นต้น

ด้านบริษัทจัดการลงทุนเมื่อรับบริหารเงินลงทุนแล้ว ต้องดำเนินการแต่งตั้ง “ผู้รับฝากทรัพย์สิน” (Custodian) ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. มาทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลรักษาทรัพย์สิน ตลอดจนติดตามสิทธิประโยชน์ที่เกิดจากการลงทุนของกองทุนส่วนบุคคลนั้น

ประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุนได้

ผู้ลงทุนสามารถพิจารณาลงทุนในเงินฝากธนาคาร ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล หุ้นกู้ภาคเอกชน ตราสารทุน หน่วยลงทุนของกองทุนรวมประเภทต่างๆ หน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนตราสารอนุพันธ์และสินทรัพย์ทางเลือกต่างๆ อาทิ ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ทั้งในและต่างประเทศ

ค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้น

  1. ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนส่วนบุคคล (Management Fee) ซึ่งคิดเป็นอัตราร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สิน
  2. ค่าธรรมเนียมผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian Fee)
  3. ค่าธรรมเนียมอื่น เช่น ค่าอากรแสตมป์ ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ ค่าผู้ตรวจสอบบัญชี (ถ้ามี) เป็นต้น

จุดเด่นของกองทุนส่วนบุคคล

  1. มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายการลงทุนได้ตามที่ผู้ลงทุนต้องการ และปรับเปลี่ยนให้ทันต่อสถานการณ์ต่างๆ
  2. ลดภาระในการดำเนินงานเพื่อการลงทุน โดยผู้ลงทุนจะสะดวกและประหยัดเวลาในการวางแผนและติดตามการลงทุน ตลอดจนการซื้อขายหลักทรัพย์ และการลงบัญชีทรัพย์สินด้วยตนเอง
  3. บริหารเงินลงทุนโดยมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง สามารถวิเคราะห์การลงทุนและเข้าถึงข้อมูลการลงทุนได้อย่างกว้างขวางและทันต่อเหตุการณ์
  4. พอร์ตการลงทุนมีการกระจายความเสี่ยง ที่เหมาะสม เพื่อให้ตรงกับความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้
  5. ช่องทางการเข้าถึงประเภทหลักทรัพย์ลงทุนที่หลากหลาย ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเครื่องมือการลงทุนใหม่ๆ
  6. อำนาจในการต่อรองที่สูงขึ้น จากที่บริษัทจัดการบริหารสินทรัพย์ขนาดใหญ่ ย่อมเอื้อสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ลงทุนได้มากกว่า
  7. การบริหารจัดการลงทุนที่เป็นระบบ มีความเที่ยงตรง และสามารถจัดทำรายงานการลงทุนได้ทุกวัน ทำให้ผู้ลงทุนสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้อย่างใกล้ชิด

ภาพรวมการบริการกองทุนส่วนบุคคลของ บลจ.ไทยพาณิชย์

ในธุรกิจการจัดการกองทุนส่วนบุคคล บลจ.ไทยพาณิชย์ ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของอุตสาหกรรม ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2560 ครองส่วนแบ่งทางการตลาดร้อยละ 43.7% ของอุตสาหกรรมธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคล มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 357,546 ล้านบาท (หมายเหตุ : 1.ที่มา : www.scbam.com / 2.ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต)

โดยให้บริการกับลูกค้าสถาบันในหลากหลายธุรกิจ อาทิ หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ธุรกิจประกัน มูลนิธิ สหกรณ์ออมทรัพย์ และ บริษัทเอกชนต่างๆ ตลอดจนลูกค้าบุคคลธรรมดา

ภาพอธิบายการทำงานของกองทุนส่วนบุคลลโดยบลจ.ไทยพาณิชย์

ทำไมต้องลงทุนกองทุนส่วนบุคคลกับ บลจ. ไทยพาณิชย์

  • บลจ.ไทยพาณิชย์มีความเชี่ยวชาญในการดูแลลูกค้า ทั้งหน่วยงานภาครัฐ บริษัทเอกชนชั้นนำ และลูกค้าธนบดี
  • บลจ.ไทยพาณิชย์เข้าถึงการลงทุนที่หลากหลาย และครบวงจรทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ด้วยความแข็งแกร่งของ SCB Group และ Partner
  • ลูกค้าบุคคลธรรมดาที่ลงทุนตราสารต่างประเทศผ่านทางกองทุนส่วนบุคคลของบลจ.ไทยพาณิชย์ สามารถบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนได้ โดยเลือกป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนเงินลงทุน
  • บลจ.ไทยพาณิชย์มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1  มีอำนาจต่อรองที่เหนือกว่า เพื่อให้ได้ราคาที่เป็น Best Execution  เอื้อสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ลงทุนได้มากกว่า
  • สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านทางกระบวนการจัดการลงทุนและการบริหารความเสี่ยงที่โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ โดยมีรางวัลยืนยันความสำเร็จ/ Fitch Ratings
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการที่เป็นธรรม

ประเภทลูกค้าและรูปแบบกองทุนส่วนบุคคล

  • ลูกค้าบุคคล เงินลงทุนเริ่มต้น 10 ล้านบาท
  • ลูกค้าสถาบัน เงินลงทุนเริ่มต้น 100 ล้านบาท

การให้บริการจัดการกองทุนส่วนบุคคลของ บลจ.ไทยพาณิชย์

  • บลจ.ไทยพาณิชย์ บริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคลโดยผู้จัดการกองทุนที่ได้รับมอบหมายลงทุนภายใต้นโยบายการลงทุนและ ข้อจำกัดการลงทุนตามที่กำหนดไว้ในสัญญา
  • บลจ.ไทยพาณิชย์ มีเจ้าหน้าที่การตลาดดูแลลูกค้ากองทุนส่วนบุคคลเป็นการเฉพาะ ทำหน้าที่แนะนำการลงทุน ประสานงานอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
  • บลจ.ไทยพาณิชย์ จัดส่งรายงานการจัดการกองทุนส่วนบุคคลประจำเดือนให้กับลูกค้า ประกอบด้วย รายงานผลการดำเนินงาน รายงานแสดงรายละเอียดสินทรัพย์สุทธิ รายงานการซื้อ/ขายหลักทรัพย์ และรายงานงบการเงิน สำหรับลูกค้าสถาบัน เป็นต้น
  • บลจ.ไทยพาณิชย์ ติดต่อ/เข้าพบลูกค้า เพื่อรายงานผลการดำเนินงานและแนวทางการบริหารเงินลงทุนในอนาคต
  • มีบริการ Private Fund Online ซึ่งลูกค้าสามารถเรียกดูรายงานการจัดการกองทุน และผลการดำเนินงานทุกวัน

ประเภทผู้ลงทุนซึ่งแบ่งตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

สำหรับระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้ สามารถแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เบื้องต้น ดังนี้

  • Conservative Investor: ยอมรับความเสี่ยงได้น้อยหรือแทบไม่ได้เลย การลงทุนมุ่งรักษาเงินลงทุนให้ปลอดภัย เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ – ปานกลาง
  • Moderate Investor:  ยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลาง เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น และมุ่งหวังให้เงินลงทุนบางส่วนมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงปานกลาง – สูง
  • Aggressive Investor: ยอมรับความผันผวนได้สูง มุ่งหวังผลตอบแทนที่สูงมากขึ้น รวมถึงโอกาสที่เงินลงทุนจะเติบโตเพิ่มขึ้นในการลงทุน เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง

ภาพอธิบายผลที่ได้จากการประเมินความเสี่ยง

https://www.set.or.th/dat/vdoArticle/attachFile/AttachFile_1472117293182.pdf

รูปแบบการลงทุน

บลจ.ไทยพาณิชย์ จะออกแบบพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องและเหมาะสมกับความเสี่ยงและข้อจำกัดในการลงทุนของผู้ลงทุน ซึ่งรูปแบบการจัดสรรพอร์ตการลงทุนมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้ ซึ่งมีการให้บริการ 3 รูปแบบ

  1. Fund of Funds Platform คือ การลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลผ่านกองทุนรวมของ บลจ.ไทยพาณิชย์ มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนให้ชนะตัวชี้วัดการลงทุน (benchmark) ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้ โดยบริหารจัดการและปรับน้ำหนักการลงทุนโดยทีมผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ เพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์การลงทุน อีกทั้งลดภาระของลูกค้าในด้านการติดตามสภาวะตลาด

    ภาพอธิบายรูปแบบการลงทุน Fund of Funds Platform
     
  2. Structured Product & Offshore Investment คือ การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความซับซ้อน หรือนักลงทุนทั่วไปเข้าถึงได้ยาก ผ่านทางคู่ค้าต่างประเทศ และบลจ.ระดับโลกที่เป็นพันธมิตรกับ บลจ.ไทยพาณิชย์ เช่น


    หมายเหตุ : บทความนี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด โดยผู้จัดการกองทุนต่างประเทศที่อ้างถึงในบทความนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่นำเสนอแต่อย่างใด

    ซึ่งจะเป็นทางเลือกในการลงทุนที่จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนในการลงทุน และยกระดับการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนของลูกค้า อีกทั้งการลงทุนใน Structured Product & Offshore Investment ผ่านทางกองทุนส่วนบุคคลของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ลูกค้าจะมีความยืดหยุ่นในการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่การลงทุนทางตรงในสินทรัพย์เหล่านี้ไม่สามารถให้ได้ 

    ภาพอธิบายรูปแบบการลงทุน Structured Product & Offshore Investment
     
  3. Tailor-Made Mandate คือ การลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลที่ลูกค้ามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายการลงทุน ภายใต้วัตถุประสงค์และข้อจำกัดต่างๆ โดยลูกค้าสามารถกำหนดข้อจำกัดทางการลงทุนต่างๆได้อย่างเฉพาะเจาะจง อาทิ ข้อจำกัดด้านสัดส่วนการลงทุนของสินทรัพย์แต่ละประเภท อุตสาหกรรมที่ยกเว้นไม่ให้ลงทุน อันดับความน่าเชื่อถือของตราสารที่ลงทุนได้ หรือข้อจำกัดอื่นๆที่หน่วยงานราชการที่มีอำนาจกำกับดูแลได้ให้กรอบการลงทุนไว้ เพื่อตอบโจทย์การลงทุนของลูกค้าแต่ละราย

    ภาพอธิบายรูปแบบการลงทุน Tailor-Made Mandate
     

    สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพื่อรับประสบการณ์การลงทุนสุดพิเศษ ผ่าน SCBAM Call Center 02-777-7777 กด 0 กด 6 หรือ ส่งอีเมลมายัง กลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคลและสถาบัน email: am_inst.scbam@scb.co.th คำเตือน : ทั้งนี้ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต / ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ