"การสำรวจอวกาศ" ที่เคยจำกัดอยู่เพียงในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองและภารกิจวิทยาศาสตร์ของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อเทคโนโลยีขั้นสูงและเม็ดเงินจากภาคเอกชนทลายกำแพงเดิม จนทำให้ "อุตสาหกรรมอวกาศ" กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ตั้งแต่อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมทั่วโลก โลจิสติกส์ยุคใหม่ ไปจนถึงการประมวลผลข้อมูลผ่านดาวเทียมและ Cloud Computing ในชั้นบรรยากาศ ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้อยู่แค่เทคโนโลยีที่มีความล้ำสมัย แต่คือโอกาสเติบโตทางธุรกิจและโมเดลรายได้ใหม่ที่ตลาดยังไม่เคยคาดคิด โดย World Economic Forum ร่วมกับ McKinsey ประเมินว่า เศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) จะเติบโตจากราว 6.3 แสนล้านเหรียญฯ ในปี 2023 สู่ 1.8 ล้านล้านเหรียญฯ ในปี 2035 หรือ CAGR ราว 9% ต่อปี ซึ่งเร็วกว่าการอัตราเติบโตของ GDP โลกกว่า 2 เท่า
World Economic Forum และ McKinsey มองว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจอวกาศ ขับเคลื่อนจากความต้องการที่มากขึ้นจาก 1) การเชื่อมต่อ (Connected) คือ ความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม เพื่อให้ผู้ที่อยู่ในพื้นห่างไกล เข้าถึงการใช้งานในชีวิตประจำวันในรูปแบบต่างๆ เช่น e-Commerce, ธุรกรรมทางการเงิน หรือการศึกษา เป็นต้น 2) การเคลื่อนที่ (Mobile) คือ ความต้องการในการระบุตำแหน่งและนำทาง เช่น การติดตามและนำทางสำหรับยานพาหนะ 3) รับรู้ (Informed) คือ ความต้องการในการเข้าถึงและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้งานร่วมกับ AI และ Machine Learning เช่น การคาดการณ์และประเมินความเสียหายจากภัยธรรมชาติ
ฝั่งตลาดทุน มีปรากฏการณ์ที่น่าติดตาม คือ IPO ของ SpaceX (ชื่อย่อ SPCX) เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นNasdaq ของสหรัฐฯ นับเป็นการระดมทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นโลก โดยหุ้น SpaceX เริ่มเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ แล้วเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ซึ่งในวันแรก ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นราว 19% จากราคาจองซื้อ IPO ที่ $135 ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัทอยู่ที่ 2.1 ล้านล้านเหรียญฯ SpaceX สามารถระดมทุนได้ 7.5 หมื่นล้านเหรียญฯ ทุบสถิติเดิมของ Saudi Aramco ที่ 2.9 หมื่นล้านเหรียญฯ ในปี 2019 ด้านธุรกิจของ SpaceX ประกอบด้วย 3 เสาหลัก ซึ่งแต่ละเสาเชื่อมโยงกับตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูงในทศวรรษหน้า ดังนี้ 1) Connectivity Segment (Starlink) รายได้ปี 2025 ประมาณ 1.14 หมื่นล้านเหรียญฯ (61% ของรายได้รวม) ซึ่งเป็นธุรกิจเดียวที่ทำกำไร ด้วยอัตรากำไรจากการดำเนินงาน 38.6% 2) Space Segment (การส่งจรวด Falcon) มีรายได้ราว 4.1 พันล้านเหรียญฯ (22% ของรายได้รวม) และ 3) AI Segment (บูรณาการงบการเงินร่วมกับ xAI) มีรายได้ราว 3.2 พันล้านเหรียญฯ (17% ของรายได้รวม) แม้ยังขาดทุน 2.5 พันล้านเหรียญฯ ในไตรมาส 1 ปี 2026 แต่นี่คือธุรกิจที่มีขนาดตลาดใหญ่ที่สุด McKinsey คาดเม็ดเงินลงทุน Data Center ทั่วโลกสะสมถึง 6.7 ล้านล้านเหรียญฯ ภายในปี 2030 ซึ่งรองรับ AI โดยเฉพาะสูงถึง 5.2 ล้านล้านเหรียญฯ
จุดแข็งของ SpaceX คือการปฏิวัติอุตสาหกรรมอวกาศด้วย "ระบบการบินซ้ำ" (Reusability) จรวด Falcon 9 ใช้ซ้ำได้สูงสุด 34 ครั้ง ลดต้นทุนส่งมวลสู่วงโคจรจากเดิม $18,500/กก. เหลือ $2,700/กก. (ลดลง 85%) และเหลือ $1,400/กก. ในรุ่น Falcon Heavy (ลดลง 92%) ส่วนยานรุ่นถัดไปอย่าง "Starship" ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด จะกดต้นทุนลงอีกกว่า 99% เหลือเพียงไม่กี่สิบเหรียญฯ/กก. โดยคาดจะเริ่มใช้งานจริงครึ่งหลังปี 2026 นอกจากนี้ การผนึก Grok AI เข้ากับแพลตฟอร์ม X และแผนสร้าง AI Data Center ในวงโคจรที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ จะช่วยยกระดับ SpaceX จากบริษัทส่งจรวดสู่โครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีระดับโลก
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญคือการเร่งลงทุนมหาศาล จากการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในโครงการ Starship และการขยาย AI Data Center ทำให้ขาดทุนสุทธิ 4.9 พันล้านเหรียญฯ ในปี 2025 และขาดทุนสะสมเกิน 4.1 หมื่นล้านเหรียญฯ ขณะที่ราคา IPO ที่ $135 คิดเป็นอัตราส่วน Price-to-Sales (P/S) สูงถึง 94 เท่า เทียบกับ Megacap อย่าง Google และ Facebook เมื่อตอนเข้า IPO มีอัตราส่วน P/S อยู่ราว 9 และ 26 เท่า ตามลำดับ สะท้อนความคาดหวังที่สูงมากต่อการเติบโตของผลประกอบการของ SpaceX ในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับประเด็นด้านธรรมาภิบาล เนื่องจาก CEO ของบริษัท คือ คุณ Elon Musk มีสิทธิออกเสียงมากถึง 85% แม้ถือหุ้นเพียง 42%
สถิติในอดีตยังเตือนถึง "กับดัก IPO" ของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในรอบ 15 ปี ที่การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นมักมีความผันผวนสูงมาก โดยช่วง 1–3 เดือนแรก ราคามักพุ่งขึ้นผิดปกติ (Melt-up) จากหุ้นหมุนเวียนต่ำและกระแสกลัวตกรถ หรือ FOMO (Fear of Missing Out) ของนักลงทุนรายย่อย ก่อนจะดิ่งแรงเมื่อพ้นระยะห้ามขาย (Lockup Period) ไม่เว้นแม้แต่หุ้น Megacap ยุคก่อนอย่าง Meta (หรือ Facebook) แม้ว่าระยะยาว ผลประกอบการจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ในปีแรก ก็เคยเผชิญแรงขายที่ทำให้ราคาหุ้นร่วงลงไปกว่า 50% มาแล้ว สำหรับกรณีของ SpaceX คาดว่า ระดับ Valuation ที่ตึงตัว สะท้อนความคาดหวังที่สูงจากนักลงทุน ดังนั้น ราคาหุ้นมีโอกาสผันผวน และมีความเสี่ยงที่อาจเผชิญแรงขายหลังจากพ้นช่วง Lockup Period ได้เช่นกัน
นอกเหนือจาก SpaceX แล้ว บริษัทผู้พัฒนา AI ระดับโลกอย่าง Anthropic และ OpenAI มีความพยายามที่จะ IPO ด้วยเช่นกัน มีการประเมินว่า มูลค่าตลาดรวมของทั้ง 3 บริษัทนี้ อาจสูงถึง 3.6 ล้านล้านเหรียญฯ โดยทั่วไปแล้ว เมื่อมีหุ้นใหม่ขนาดใหญ่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ก็มีโอกาสที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนในตลาดเข้ามา รวมถึง การเข้าคำนวณในดัชนีตลาดหุ้นที่มีผลให้กองทุนประเภท Passive Fund ต้องมีการปรับน้ำหนักตาม ทำให้กระแสเงินทุนมีความผันผวนหรือมีการโยกย้ายไปมาในระยะสั้น กรณีของ SpaceX มีโอกาสเข้าสู่ดัชนี Nasdaq 100 แบบ Fast Entry ถ้าหากบริษัทมี Market Cap อยู่ใน 40 อันดับแรกของดัชนี (ประเมิน ณ สิ้นวันทำการที่ 7 หลัง IPO) และผ่านเกณฑ์สภาพคล่อง วัดจากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในช่วง 7 วันทำการแรกนับจาก IPO ไม่น้อยกว่า 5 ล้านเหรียญฯ ต่อวัน ก็มีโอกาสที่จะเข้าดัชนี Nasdaq 100 หลังผ่าน 15 วันทำการ (จากเดิมที่ต้องเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อย่างน้อย 3 เดือน) ดังนั้น มีความเป็นไปได้ที่ SpaceX จะผ่านเกณฑ์ดังกล่าวและได้รับเลือกเข้าสู่ดัชนี Nasdaq 100 ซึ่งอาจทำให้การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในช่วงแรก เป็นผลมาจากปัจจัยด้านกระแสเงินทุน มากกว่า ปัจจัยพื้นฐานของบริษัท
การเข้ามา IPO ของบริษัท SpaceX ทำให้ผู้คนมีความตื่นตัวและให้ความสนใจเศรษฐกิจอวกาศอย่างคึกคักมากขึ้น แต่ในเชิงโครงสร้าง การขยายตัวของเศรษฐกิจอวกาศ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมเฉพาะทาง ไปสู่การเป็น โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจโลก ที่แทรกซึมอยู่ในหลายภาคส่วน แกนสำคัญของการเติบโตไม่ได้จำกัดวงเพียงแค่การสำรวจอวกาศ แต่ต่อยอดไปยังอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่ได้ประโยชน์ผ่านการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต, การระบุตำแหน่งและนำทาง รวมถึง การวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าได้ในวงกว้าง ขณะที่หลายโมเดลธุรกิจในอุตสาหกรรมอวกาศ ยังเผชิญความท้าทายในด้านการสร้างรายได้และผลกำไร ซึ่งคงต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
โดย คุณณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด
