บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด - เวลาคือเครื่องพิสูจน์คุณค่าของความสำเร็จบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด - เวลาคือเครื่องพิสูจน์คุณค่าของความสำเร็จ

พุธ 10 มีนาคม 2553 

 

 

ถาม - ตอบ ปัญหาเกี่ยวกับกองทุนหุ้นระยะยาว

 

ถาม:  เงินได้ประเภทใดบ้างที่ผู้ลงทุนสามารถนำมาลงทุนใน LTF โดยนำไปยกเว้นภาษีได้

ตอบ:  เงินได้ทุกประเภทตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร  

ถาม:  มีข้อจำกัดในเรื่องอายุของผู้ลงทุนที่ลงทุน LTF หรือไม่ และLTF เหมาะกับผู้ลงทุนประเภทใด

ตอบ:  ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องอายุ ผู้ลงทุนใน LTF มีอายุเท่าไหร่ก็ได้

             ผู้ลงทุนที่เหมาะสำหรับ LTF ได้แก่ ผู้มีเงินได้ที่ต้องการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก LTF มีฐานภาษีสูง สนใจลงทุนในตลาดหุ้น ศึกษาและทำความเข้าใจในเงื่อนไข LTF และสามารถลงทุนได้ระยะยาวประมาณ 5 ปีขึ้นไป

ถาม:  ใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีจากการลงทุน LTF ได้เท่าไหร่

ตอบ:  15% ของรายได้ทั้งปี แต่ต้องไม่เกิน 300,000 บาท

ถาม:  ใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีจากการลงทุนใน RMF 300,000 บาทอยู่แล้ว แต่อยากลงทุนใน LTF ผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก LTF อีก 300,000 บาท หรือไม่

ตอบ:  ได้ เพราะสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนใน LTF แยกวงเงินต่างหากจาก RMF และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ถาม:  จำเป็นต้องลงทุนเท่ากับปีที่ผ่านมาหรือไม่ และต้องลงทุนทุกๆ ปีหรือไม่

ตอบ:  ผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องลงทุนเท่ากับปีที่ผ่านมา และไม่จำเป็นต้องลงทุนทุกๆปี

ถาม:  สามารถลงทุนมากกว่าปีละ 1 ครั้ง ได้หรือไม่

ตอบ:  ได้

ถาม:  ผู้ลงทุนซื้อหน่วยลงทุน เดือนตุลาคมปี 2547 แล้วเมื่อไหร่ถึงขายคืนได้ตามเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ทางภาษี

ตอบ:  สามารถขายคืนได้เมื่อถือหน่วยลงทุนครบ 5 ปีปฏิทิน นั่นคือเริ่มขายได้ตั้งแต่ต้นปี 2551 เป็นต้นไป แต่ต้องขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่กองทุนที่ผู้ลงทุนไปซื้อว่า เปิดรับซื้อคืนช่วงไหนได้ด้วย

            

ถาม:  กรณีขายคืนหน่วยลงทุนก่อนครบกำหนด (ก่อน 5 ปีปฏิทิน) จะต้องเสียภาษีอย่างไร

ตอบ:  มี 2 ส่วนที่ต้องเสีย คือ

(1)     ต้องคืนภาษีเงินได้สำหรับปีภาษีที่ได้นำเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนไปหักออกจากเงินได้เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้มาแล้ว พร้อมเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ของเงินภาษีที่ต้องคืน (เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน) โดยเริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการหรือนำส่งภาษี  จนถึงวันชำระหรือคืนภาษี แต่เงินเพิ่มที่คำนวณเพื่อจ่ายต้องไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสียหรือคืน

(2)     ต้องเสียภาษีส่วนเกินทุน (Capital Gain) โดยนำกำไรที่ได้รับจากการขายคืนไปรวมเป็นเงินได้ของปีที่ขายคืนทั้งจำนวนเพื่อเสียภาษีเงินได้ ซึ่งในทางปฏิบัติ บริษัทจัดการกองทุนจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ของกำไรส่วนเกินทุนไว้ก่อน และเมื่อผู้ลงทุนไปยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ ก็จะคำนวณอีกครั้ง ว่าจะต้องจ่ายเงินภาษีเพิ่มอีก หรืออาจได้รับเงินคืน ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของผู้ลงทุน

ถาม:  กรณีผู้ลงทุนซื้อหน่วยลงทุนและขายคืนหน่วยลงทุนบางส่วนในปีเดียวกัน

             เช่น ผู้ลงทุนซื้อ LTF ครั้งแรก ในเดือนตุลาคม 2547 จำนวน  5,000 หน่วยลงทุน และได้นำไปหักลดหย่อนภาษีสำหรับเงินได้ปี 2547 เรียบร้อยแล้ว ต่อมา ในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ซื้อ LTF เพิ่มอีก 3,000 หน่วยลงทุน และขายคืน 2,000 หน่วยลงทุน ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ตอนขายคืนมีกำไรจากการขายคืน ผู้ลงทุนต้องคืนภาษีและเสียภาษีอย่างไร

ตอบ:  การขายคืนหน่วยลงทุนดำเนินการโดยใช้หลักเกณฑ์เข้าก่อนออกก่อน (FIFO) ดังนั้นหน่วยลงทุนที่ผู้ลงทุนจะถูกหักจากการขายคืนในเดือนสิงหาคมนั้น จะเป็นหน่วยลงทุนแรกที่ผู้ลงทุนซื้อ (ส่วนที่ซื้อในเดือนตุลาคม ปี 2547) ผู้ลงทุนต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้ในปี 2547 จากค่าซื้อหน่วยลงทุนที่นำไปลดหย่อนภาษีในปีนั้น  (คำนวณตามฐานภาษีของผู้ลงทุน) เฉพาะจำนวนหน่วยลงทุนที่ขาย นั่นคือ 2,000 หน่วยลงทุน และเสียเงินเพิ่ม 1.5% ของเงินภาษีที่ต้องเสียต่อเดือน และกำไรจากการขายหน่วยลงทุน (2,000 หน่วยลงทุน) ต้องนำไปรวมเป็นเงินได้เสียภาษีในปี 2548

ถาม:  กรณีผู้ลงทุนซื้อหน่วยลงทุนเกินจำนวนที่กำหนดไว้

             เช่น นาย ก มีเงินได้ทั้งปี 1,600,000 บาท ทั้งปีนาย ก ซื้อหน่วยลงทุนไป 400,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่เกิน 15% ของเงินได้ และเกิน 300,000 บาท จะมีผลอย่างไร

ตอบ:  ตามเงื่อนไขค่าซื้อหน่วยลงทุนสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้และสูงสุดไม่เกิน 300,000บาท ดังนั้นนาย ก สามารถนำค่าซื้อหน่วยลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้แค่ 240,000 บาท (15% x 1,600,000 = 240,000 บาท ซึ่งไม่เกิน 300,000 บาท)

             ส่วนที่เกินเป็นจำนวน 160,000 บาท (400,000 – 240,000) จะไม่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้

             ดังนั้นสิ้นปีในการคำนวณภาษีเงินได้ของนาย ก จะหักลดหย่อนจากการลงทุนในLTF ได้เพียง 240,000 บาทเท่านั้น และเมื่อถือครบ 5 ปี นาย ก ขายคืนหน่วยลงทุน กรณีมีกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนส่วนเกินดังกล่าว นาย ก ต้องเสียภาษีส่วนเกินทุน (Capital gain Tax) แต่สำหรับหน่วยลงทุนตามเงื่อนไข (ส่วนของค่าซื้อหน่วย 240,000 บาท) นาย ก จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีส่วนเกินทุนเมื่อขายคืน

ถาม:  หากลงทุนใน LTF หลายกองทุน ของหลายบลจ. สามารถนำเงินลงทุนรวมกันเพื่อขอยกเว้นภาษีได้หรือไม่

ตอบ:     ได้

ถาม:  เมื่อลงทุนใน LTF กองทุนหนึ่งแล้ว สามารถโอนย้ายการลงทุนไปยัง LTF กองทุนอื่นๆ ได้หรือไม่ และจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่อเนื่องหรือไม่

ตอบ:  ผู้ลงทุนสามารถโอนย้ายหน่วยลงทุนใน LTF ทั้งหมดหรือบางส่วนไปยัง LTF กองทุนเดียวหรือหลายกองทุนได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นบลจ. เดียวกันก็ได้ โดยต้องโอนการลงทุนภายใน 5 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่โอนหน่วยลงทุน และยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่อเนื่องอยู่

ถาม:  ผู้ลงทุนอยากโอนสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้บุคคลอื่น สามารถทำได้หรือไม่

ตอบ:  ไม่ได้

ถาม:  กรณีผู้ลงทุนทุพพลภาพหรือเสียชีวิต โดยที่ลงทุนไม่ครบ 5 ปี เงินที่ได้รับจากการขายคืน LTF จะต้องคืนภาษีหรือไม่ และถ้ามีกำไรส่วนเกินทุนจะต้องเสียภาษีหรือไม่

ตอบ:  ไม่ต้องคืนภาษี

             กำไรส่วนเกินทุนของเงินที่ลงทุนอยู่ในสิทธิจะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้  แต่เงินส่วนที่ลงทุนเกินสิทธิถ้ามีกำไรจะต้องนำไปคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษี

ถาม:  กรณีผู้ลงทุนถือหน่วยลงทุนครบ 5 ปีแล้วและต้องการถือหน่วยลงทุนต่อ สามารถทำได้หรือไม่ และยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในส่วนของยกเว้นภาษีกำไรส่วนเกินทุนหรือไม่

ตอบ:  ได้ ผู้ลงทุนสามารถถือหน่วยลงทุนต่อไปได้ และเมื่อขายคืนยังได้รับสิทธิยกเว้นภาษีกำไรส่วนเกินทุน

ถาม:  กรณีมีสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ไม่ได้ใช้สิทธิ ทำอย่างไร ต้องเสียภาษีส่วนเกินทุนหรือไม่

ตอบ:  เมื่อผู้ลงทุนลงทุน LTF ตามเงื่อนไข แต่ในปีที่ลงทุนนั้น ไม่ได้ใช้สิทธิในการนำค่าซื้อหน่วยลงทุนไปหักลดหย่อนภาษี เมื่อครบ 5 ปี ผู้ลงทุนขายหน่วยลงทุนไม่ต้องเสียภาษีส่วนเกินทุน

ถาม:  เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนใน LTF มีอะไรบ้าง

ตอบ:  1.เมื่อผู้ลงทุนซื้อหน่วยลงทุน จะได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิในหน่วยลงทุน

             2.เมื่อผู้ลงทุนขายคืนหน่วยลงทุน จะได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิในหน่วยลงทุน และ หนังสือแสดงการขายคืนหน่วยลงทุนใน LTF โดยผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถใช้หนังสือแสดงการขายคืนหน่วยลงทุนใน LTF เป็นข้อมูลในการดำเนินการยื่นแบบเสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มเติมในกรณีที่ลงทุนไม่ครบ 5 ปี

             3.เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนโอนหน่วยลงทุนไปลงทุนใน LTF อื่น จะได้รับหนังสือรับรองการโอนหน่วยลงทุนใน LTF ที่ผู้ถือหน่วยลงทุนโอนออก

             4.รายการซื้อหน่วยลงทุนในแต่ละปี ผู้ถือหน่วยลงทุนใน LTF จะได้รับหนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุนใน LTF เพื่อเป็นเอกสารประกอบการดำเนินการยื่นแบบเสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป

ถาม:  ควรจะรอลงทุนในเดือนธันวาคม จึงจะดีที่สุดจริงหรือไม่

ตอบ:  ไม่จริง แต่ถ้ายิ่งลงทุนเร็วเท่าไหร่ เงินที่ลงทุนก็จะเริ่มทำงานเมื่อนั้น ซึ่งผู้ลงทุนควรศึกษาและดูช่วงจังหวะการลงทุน หากลงทุนในเดือนธันวาคม เงินก็จะเริ่มทำงานในเดือนธันวาคม ซึ่งอาจะเป็นช่วงจังหวะที่ราคาหุ้นหรือหลักทรัพย์ขึ้นแล้วก็ได้ ดังนั้นจึงควรติดตามตลาดและ.ศึกษาจังหวะการลงทุนก่อนการตัดสินใจลงทุน

 


·   ข้อแตกต่างระหว่างกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) และ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

·   แนะนำ กองทุนหุ้นระยะยาว




รู้จักกับ บลจ. ไทยพาณิชย์ | ติดต่อเรา | คำเตือน | ลิงค์
Copyright © 2001 SCB Asset Management Co., Ltd.
อาคารสินธรทาวเวอร์ 3 ชั้น 23 เลขที่ 130-132 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330
 0-2626-2222, โทรสาร : 0-2263-4001  webmaster@scbam.com