|
|
|
![]() |
![]() |
||
| พุธ 20 สิงหาคม 2551 |
|
ถาม - ตอบ
ปัญหาเกี่ยวกับกองทุนหุ้นระยะยาว |
|
ถาม: เงินได้ประเภทใดบ้างที่ผู้ลงทุนสามารถนำมาลงทุนใน
LTF โดยนำไปยกเว้นภาษีได้ |
|
ตอบ: เงินได้ทุกประเภทตามมาตรา
40 แห่งประมวลรัษฎากร |
|
ถาม: มีข้อจำกัดในเรื่องอายุของผู้ลงทุนที่ลงทุน
LTF หรือไม่ และLTF เหมาะกับผู้ลงทุนประเภทใด |
|
ตอบ: ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องอายุ
ผู้ลงทุนใน LTF มีอายุเท่าไหร่ก็ได้ ผู้ลงทุนที่เหมาะสำหรับ LTF ได้แก่ ผู้มีเงินได้ที่ต้องการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก LTF
มีฐานภาษีสูง สนใจลงทุนในตลาดหุ้น ศึกษาและทำความเข้าใจในเงื่อนไข
LTF และสามารถลงทุนได้ระยะยาวประมาณ 5 ปีขึ้นไป |
|
ถาม: ใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีจากการลงทุน
LTF ได้เท่าไหร่ |
|
ตอบ: 15% ของรายได้ทั้งปี
แต่ต้องไม่เกิน 300,000 บาท |
|
ถาม: ใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีจากการลงทุนใน
RMF 300,000 บาทอยู่แล้ว แต่อยากลงทุนใน LTF ผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก LTF อีก
300,000 บาท หรือไม่ |
|
ตอบ: ได้ เพราะสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนใน
LTF แยกวงเงินต่างหากจาก RMF
และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ |
|
ถาม: จำเป็นต้องลงทุนเท่ากับปีที่ผ่านมาหรือไม่
และต้องลงทุนทุกๆ ปีหรือไม่ |
|
ตอบ: ผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องลงทุนเท่ากับปีที่ผ่านมา
และไม่จำเป็นต้องลงทุนทุกๆปี |
|
ถาม: สามารถลงทุนมากกว่าปีละ
1 ครั้ง ได้หรือไม่ |
|
ตอบ: ได้ |
|
ถาม: ผู้ลงทุนซื้อหน่วยลงทุน
เดือนตุลาคมปี 2547 แล้วเมื่อไหร่ถึงขายคืนได้ตามเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ทางภาษี |
|
ตอบ: สามารถขายคืนได้เมื่อถือหน่วยลงทุนครบ
5 ปีปฏิทิน นั่นคือเริ่มขายได้ตั้งแต่ต้นปี 2551 เป็นต้นไป
แต่ต้องขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่กองทุนที่ผู้ลงทุนไปซื้อว่า
เปิดรับซื้อคืนช่วงไหนได้ด้วย |
|
ถาม: กรณีขายคืนหน่วยลงทุนก่อนครบกำหนด
(ก่อน 5 ปีปฏิทิน) จะต้องเสียภาษีอย่างไร |
|
ตอบ: มี 2 ส่วนที่ต้องเสีย คือ (1) ต้องคืนภาษีเงินได้สำหรับปีภาษีที่ได้นำเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนไปหักออกจากเงินได้เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้มาแล้ว
พร้อมเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ของเงินภาษีที่ต้องคืน (เศษของเดือนนับเป็น
1 เดือน) โดยเริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการหรือนำส่งภาษี จนถึงวันชำระหรือคืนภาษี
แต่เงินเพิ่มที่คำนวณเพื่อจ่ายต้องไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสียหรือคืน (2) ต้องเสียภาษีส่วนเกินทุน (Capital Gain)
โดยนำกำไรที่ได้รับจากการขายคืนไปรวมเป็นเงินได้ของปีที่ขายคืนทั้งจำนวนเพื่อเสียภาษีเงินได้
ซึ่งในทางปฏิบัติ บริษัทจัดการกองทุนจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ของกำไรส่วนเกินทุนไว้ก่อน
และเมื่อผู้ลงทุนไปยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ ก็จะคำนวณอีกครั้ง
ว่าจะต้องจ่ายเงินภาษีเพิ่มอีก หรืออาจได้รับเงินคืน
ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของผู้ลงทุน |
|
ถาม: กรณีผู้ลงทุนซื้อหน่วยลงทุนและขายคืนหน่วยลงทุนบางส่วนในปีเดียวกัน เช่น
ผู้ลงทุนซื้อ LTF ครั้งแรก ในเดือนตุลาคม 2547 จำนวน 5,000 หน่วยลงทุน
และได้นำไปหักลดหย่อนภาษีสำหรับเงินได้ปี 2547 เรียบร้อยแล้ว ต่อมา
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ซื้อ LTF เพิ่มอีก 3,000
หน่วยลงทุน และขายคืน 2,000 หน่วยลงทุน ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน
ตอนขายคืนมีกำไรจากการขายคืน ผู้ลงทุนต้องคืนภาษีและเสียภาษีอย่างไร |
|
ตอบ: การขายคืนหน่วยลงทุนดำเนินการโดยใช้หลักเกณฑ์เข้าก่อนออกก่อน (FIFO) ดังนั้นหน่วยลงทุนที่ผู้ลงทุนจะถูกหักจากการขายคืนในเดือนสิงหาคมนั้น
จะเป็นหน่วยลงทุนแรกที่ผู้ลงทุนซื้อ (ส่วนที่ซื้อในเดือนตุลาคม ปี 2547) ผู้ลงทุนต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้ในปี
2547 จากค่าซื้อหน่วยลงทุนที่นำไปลดหย่อนภาษีในปีนั้น (คำนวณตามฐานภาษีของผู้ลงทุน)
เฉพาะจำนวนหน่วยลงทุนที่ขาย นั่นคือ 2,000 หน่วยลงทุน และเสียเงินเพิ่ม 1.5% ของเงินภาษีที่ต้องเสียต่อเดือน
และกำไรจากการขายหน่วยลงทุน (2,000 หน่วยลงทุน) ต้องนำไปรวมเป็นเงินได้เสียภาษีในปี
2548 |
|
ถาม: กรณีผู้ลงทุนซื้อหน่วยลงทุนเกินจำนวนที่กำหนดไว้
เช่น
นาย ก มีเงินได้ทั้งปี 1,600,000 บาท ทั้งปีนาย ก ซื้อหน่วยลงทุนไป 400,000 บาท
ซึ่งเป็นจำนวนที่เกิน 15% ของเงินได้ และเกิน 300,000 บาท จะมีผลอย่างไร |
|
ตอบ: ตามเงื่อนไขค่าซื้อหน่วยลงทุนสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ไม่เกิน
15% ของเงินได้และสูงสุดไม่เกิน 300,000บาท ดังนั้นนาย ก
สามารถนำค่าซื้อหน่วยลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้แค่ 240,000 บาท (15% x 1,600,000
= 240,000 บาท ซึ่งไม่เกิน 300,000 บาท) ส่วนที่เกินเป็นจำนวน
160,000 บาท (400,000 240,000) จะไม่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ ดังนั้นสิ้นปีในการคำนวณภาษีเงินได้ของนาย
ก จะหักลดหย่อนจากการลงทุนในLTF ได้เพียง 240,000 บาทเท่านั้น และเมื่อถือครบ
5 ปี นาย ก ขายคืนหน่วยลงทุน กรณีมีกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนส่วนเกินดังกล่าว
นาย ก ต้องเสียภาษีส่วนเกินทุน (Capital gain Tax) แต่สำหรับหน่วยลงทุนตามเงื่อนไข (ส่วนของค่าซื้อหน่วย 240,000 บาท) นาย
ก จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีส่วนเกินทุนเมื่อขายคืน |
|
ถาม: หากลงทุนใน LTF หลายกองทุน ของหลายบลจ.
สามารถนำเงินลงทุนรวมกันเพื่อขอยกเว้นภาษีได้หรือไม่ |
|
ตอบ: ได้ |
|
ถาม: เมื่อลงทุนใน LTF กองทุนหนึ่งแล้ว
สามารถโอนย้ายการลงทุนไปยัง LTF กองทุนอื่นๆ ได้หรือไม่
และจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่อเนื่องหรือไม่ |
|
ตอบ: ผู้ลงทุนสามารถโอนย้ายหน่วยลงทุนใน
LTF ทั้งหมดหรือบางส่วนไปยัง LTF
กองทุนเดียวหรือหลายกองทุนได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นบลจ.
เดียวกันก็ได้ โดยต้องโอนการลงทุนภายใน 5 วันทำการ
นับตั้งแต่วันที่โอนหน่วยลงทุน และยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่อเนื่องอยู่ |
|
ถาม: ผู้ลงทุนอยากโอนสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้บุคคลอื่น สามารถทำได้หรือไม่ |
|
ตอบ: ไม่ได้ |
|
ถาม: กรณีผู้ลงทุนทุพพลภาพหรือเสียชีวิต โดยที่ลงทุนไม่ครบ 5 ปี
เงินที่ได้รับจากการขายคืน LTF จะต้องคืนภาษีหรือไม่
และถ้ามีกำไรส่วนเกินทุนจะต้องเสียภาษีหรือไม่ |
|
ตอบ: ไม่ต้องคืนภาษี กำไรส่วนเกินทุนของเงินที่ลงทุนอยู่ในสิทธิจะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้
แต่เงินส่วนที่ลงทุนเกินสิทธิถ้ามีกำไรจะต้องนำไปคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษี |
|
ถาม: กรณีผู้ลงทุนถือหน่วยลงทุนครบ 5 ปีแล้วและต้องการถือหน่วยลงทุนต่อ
สามารถทำได้หรือไม่ และยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในส่วนของยกเว้นภาษีกำไรส่วนเกินทุนหรือไม่ |
|
ตอบ: ได้
ผู้ลงทุนสามารถถือหน่วยลงทุนต่อไปได้ และเมื่อขายคืนยังได้รับสิทธิยกเว้นภาษีกำไรส่วนเกินทุน
|
|
ถาม: กรณีมีสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ไม่ได้ใช้สิทธิ ทำอย่างไร
ต้องเสียภาษีส่วนเกินทุนหรือไม่ |
|
ตอบ: เมื่อผู้ลงทุนลงทุน LTF
ตามเงื่อนไข แต่ในปีที่ลงทุนนั้น ไม่ได้ใช้สิทธิในการนำค่าซื้อหน่วยลงทุนไปหักลดหย่อนภาษี
เมื่อครบ 5 ปี ผู้ลงทุนขายหน่วยลงทุนไม่ต้องเสียภาษีส่วนเกินทุน |
|
ถาม: เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนใน LTF มีอะไรบ้าง |
|
ตอบ: 1.เมื่อผู้ลงทุนซื้อหน่วยลงทุน
จะได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิในหน่วยลงทุน 2.เมื่อผู้ลงทุนขายคืนหน่วยลงทุน
จะได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิในหน่วยลงทุน และ หนังสือแสดงการขายคืนหน่วยลงทุนใน
LTF โดยผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถใช้หนังสือแสดงการขายคืนหน่วยลงทุนใน
LTF เป็นข้อมูลในการดำเนินการยื่นแบบเสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มเติมในกรณีที่ลงทุนไม่ครบ
5 ปี 3.เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนโอนหน่วยลงทุนไปลงทุนใน
LTF
อื่น จะได้รับหนังสือรับรองการโอนหน่วยลงทุนใน
LTF ที่ผู้ถือหน่วยลงทุนโอนออก 4.รายการซื้อหน่วยลงทุนในแต่ละปี
ผู้ถือหน่วยลงทุนใน LTF จะได้รับหนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุนใน LTF
เพื่อเป็นเอกสารประกอบการดำเนินการยื่นแบบเสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป |
|
ถาม: ควรจะรอลงทุนในเดือนธันวาคม จึงจะดีที่สุดจริงหรือไม่ |
|
ตอบ: ไม่จริง
แต่ถ้ายิ่งลงทุนเร็วเท่าไหร่ เงินที่ลงทุนก็จะเริ่มทำงานเมื่อนั้น
ซึ่งผู้ลงทุนควรศึกษาและดูช่วงจังหวะการลงทุน หากลงทุนในเดือนธันวาคม
เงินก็จะเริ่มทำงานในเดือนธันวาคม
ซึ่งอาจะเป็นช่วงจังหวะที่ราคาหุ้นหรือหลักทรัพย์ขึ้นแล้วก็ได้
ดังนั้นจึงควรติดตามตลาดและ.ศึกษาจังหวะการลงทุนก่อนการตัดสินใจลงทุน |
·
ข้อแตกต่างระหว่างกองทุนหุ้นระยะยาว
(LTF) และ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
|
รู้จักกับ บลจ. ไทยพาณิชย์ |
ติดต่อเรา |
คำเตือน |
ลิงค์
Copyright © 2001 SCB Asset Management Co., Ltd. อาคารสินธรทาวเวอร์ 3 ชั้น 23 เลขที่ 130-132 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330 |