ถอดรหัส(ไม่)ลับ กับการลงทุน : ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายการเงินไทย 2019

4 ธันวาคม 2561

         ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2561 ที่ผ่านมา กนง. มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวได้ดี แม้ว่าการส่งออกและการท่องเที่ยวจะชะลอลง แต่ประเด็นที่น่าสนใจ คือ มีเสียงสนับสนุนให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมากขึ้นเป็น 3 เสียง จากครั้งก่อนที่ 2 เสียง (19 ก.ย. 61) ทั้งนี้ฝ่ายสนับสนุนให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมองว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะช่วยลดพฤติกรรมแสวงหากำไรโดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยง (search-for-yield) ในช่วงที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน และเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (Policy Space) ในอนาคต สำหรับมุมมองต่อเศรษฐกิจไทย กนง. มองว่าการส่งออกที่ลดลงส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบของสงครามทางการค้า อย่างไรก็ตาม กนง. ก็ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนภาคเอกชนจากการย้ายฐานการผลิตมาไทยและการร่วมทุนในโครงสร้างพื้นฐานกับภาครัฐ

         ทั้งนี้ จากผลการประชุม กนง. 2 ครั้งที่ผ่านมา ทำให้ตลาดคาดการณ์โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในเร็วๆ นี้มีมากขึ้น เนื่องจากฝ่ายสนับสนุนให้ขึ้นดอกเบี้ยต้องการเสียงเพิ่มอีกเพียงหนึ่งท่านเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมองว่าโอกาสของการปรับขึ้นดอกเบี้ยในรอบการประชุมเดือน ธ.ค.61 และการประชุมเดือน ก.พ. 62 ยังคงใกล้เคียงกัน โดยปัจจัยที่ต้องจับตามองและเป็นตัวกำหนดความเร็วช้าของการขึ้นดอกเบี้ย คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่จะออกมาในระยะ 1 - 2 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าและจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีสัญญาณชะลอตัวลงในช่วง 1 - 2 เดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ GDP ของประเทศไทยในไตรมาส 3 ของปีนี้ชะลอลงเป็น 3.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งเกิดจากการส่งออกสินค้าและบริการที่หดตัว อาจส่งผลให้ GDP ทั้งปี 2561 มีแนวโน้มต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 4.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งทำให้เราคาดว่า กนง. น่าจะรอประเมินผลกระทบของสงครามการค้าที่มีผลต่อการส่งออกไทยให้ชัดเจนขึ้น

         รวมถึงแนวโน้มการชะลอลงของเศรษฐกิจจีนที่จะส่งผลต่อยอดนักท่องเที่ยวจีนในปี 2562 ดังนั้นเราจึงคาดว่า กนง. จะยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือน ธ.ค. 61 และยังคงมีมุมมองว่า กนง. มีโอกาสจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 หากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาในช่วงต้นปียังมีการเคลื่อนไหวอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอยู่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย (Policy Space) และรักษาเสถียรภาพระบบทางการเงินที่อาจได้รับผลกรทบจากส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยและสหรัฐฯ ที่จะห่างกันมากขึ้นในไตรมาส 1 ปี 2562 ซึ่งตาม dot plot ของธนาคารกลางสหรัฐฯ จะมีการปรับขึ้น Fed Fund Rate อีก 1 ครั้งในไตรมาส 4 ของปีนี้และ 2 – 3 ครั้งในปี 2562 ซึ่งเป็นอีกสถานการณ์ที่ กนง. จะต้องพิจารณาอย่างระมัดระวังในการใช้นโยบายทางการเงิน

         สำหรับตลาดตราสารหนี้ไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นได้ปรับขึ้นมาสะท้อนการคาดการณ์ว่า กนง. จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย 1 ครั้งแล้ว ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวปรับตัวขึ้นแต่ในระดับที่น้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ทั้งนี้ ยังคงคาดว่าในระยะยาวอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยโดยรวมมีทิศทางปรับเพิ่มขึ้นตามการคาดการ์การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไทย และตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่ตึงตัวมากขึ้นในปี 2562 ทั้งนี้ลักษณะการปรับจะเป็นในทางที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นเพิ่มขึ้นมากกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว (Flattening) ตามการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

         

โดย     คุณณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย
           ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
           บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด