อัศวินกองทุน รายงานภาวะตลาดประจำวันที่ 25-29 ธันวาคม 2560

25 ธันวาคม 2560

สวัสดีครับ ผมต้องบอกทุกท่านไว้ก่อนว่านี่คือบทความสุดท้ายของปี 2017 และตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป จะเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของคอลัมน์อัศวินกองทุนครับ แต่จะเป็นอะไรนั้นต้องติดตามกันต่อไปในปีหน้าครับ อดใจรอกันสักนิด แล้วจะพบกับชีวิตดี๊ดีย์อย่างแน่นอนครับ

เอาล่ะครับ เรามาทิ้งทวนบทความสุดท้ายของปีกันที่ภาพรวมของตลาดกันดีกว่าครับ

#ภาพรวมของตลาด

ภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ พบว่าตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลกปรับขึ้น หลังสภาคองเกรสมีมติผ่านร่างปฏิรูปภาษีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีที่เห็นได้ชัดว่าจะมีผลดีเกิดขึ้นในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เลยทำให้ตลาดทั่วโลกมีการปรับตัวขึ้นมากันยกแผงกันเลยทีเดียวครับผม

เริ่มจากที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้น เนื่องจากการประกาศตัวเลขส่งออกในเดือน พ.ย. 60 ที่ดีกว่าที่คาดการณ์ โดย ขยายตัวถึง 13.4% และยังได้แรงหนุนจากการซื้อ LTF และ RMF ในช่วงปลายปีอยู่ ทำให้ดูเหมือนจะมีอนาคตสดใสรออยู่ครับผม

ส่วนพี่ใหญ่เอเชียอย่างตลาดหุ้นจีนก็ปรับขึ้นเช่นกันครับ หลังจากธนาคารโลกเพิ่มการคาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจจีนปี 60 จาก 6.7% เป็น 6.8% โดยพิจารณาจากรายได้ครัวเรือนและอุปสงค์ในประเทศเพิ่มขึ้น

แต่ทางด้านแดนกิมจินั้นเหมือนจะสวนทางตลาดครับ เพราะตลาดหุ้นเกาหลีนั้นดัชนีปรับตัวลดลง จากการเทขายของนักลงทุนต่างชาติ และตัวเลขหนี้สินครัวเรือนที่ประกาศของเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้น 4.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี อาจจะทำให้เกิดความกังวลต่ออนาคตในระยะใกล้ๆ นี้ครับ

ส่วนที่ดูเหมือนจะมาแรงที่สุดต้องที่นี่ครับ ตลาดหุ้นอินเดียดัชนีปรับตัวอยู่ระดับสูงสุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากชัยชนะของพรรคบีเจพี ซึ่งอยู่ใต้การนำของนายกฯ อินเดีย ในการเลือกตั้งรัฐคุชราช และหิมาชาลประเทศ เอาล่ะครับ งานนี้มีลุ้นล่ะครับผม

ข้ามมาอีกฝั่งหนึ่งทางด้านพี่ใหญ่กันบ้างครับ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น จากความคืบหน้าของนโยบายปฏิรูปภาษีสหรัฐฯที่ว่าไปแล้วข้างต้น ทำให้บริษัทหลายแห่งประกาศเพิ่มการลงทุนและค่าจ้างพนักงาน  รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีกว่าที่คาดโดย GDP ในไตรมาสที่ 3 ที่ประกาศเท่ากับ 3.2% สูงสุดในรอบ 2 ปี แบบนี้คนที่มีหุ้นสหรัฐฯคงจะยิ้มร่าเลยล่ะครับผม

สุดท้ายสินทรัพย์ทางเลือกอย่างราคาน้ำมันยังปรับขึ้นต่อเนื่อง หลังสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 5 ข่าวการปิดท่อส่งน้ำมันโฟร์ตี้ส์ในทะเลเหนือ และการลดลงของแท่นขุดเจาะที่ใช้งาน 4 แท่น

สัปดาห์สุดท้ายของปีนี้ดูเหมือนจะเห็นความสดใส แสงทองผ่องอำไพกำลังจะมา (หรือเปล่า) ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เรามาดูกันที่กลยุทธ์การลงทุนกันแล้วล่ะครับผม

 

 

#กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารทุน

~ตลาดหุ้นสหรัฐฯ  คำแนะนำในสัปดาห์นี้ยังคงเป็น “ซื้อ” หุ้นสหรัฐฯ ไปต่อครับ หลังจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ผ่านร่างกฎหมายนโยบายปฏิรูปภาษีได้เร็วกว่าที่ตลาดคาด โดยต่อจากนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ก็จะลงนามก่อนจะบังคับใช้กฎหมายนี้ ซึ่งกฎหมายนี้ประกอบไปด้วยการลดภาษีรายได้บุคคล และภาษีในภาคธุรกิจ ที่จะส่งผลบวกโดยตรงต่อการบริโภคในประเทศ และจะช่วยสนับสนุนการจ้างงานและการลงทุนภาคเอกชนต่อไป ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีต่อเนื่องแบบนี้ เห็นทีจะต้องสะสมไปเรื่อยๆ แล้วล่ะครับ

~ตลาดหุ้นไทย คนไทยอย่างเราก็ไม่น้อยหน้าครับ คำแนะนำยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ “ซื้อ” หุ้นไทยจากเศรษฐกิจที่มีสัญญาณดีขึ้นในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะการส่งออกในเดือนพฤศจิกายนที่มีการขยายตัวที่ 13.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือว่าขยายดัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ครับ ในขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐที่คาดว่าเม็ดเงินในปี 61 จะสูงขึ้น รวมทั้งโครงการ EEC จะช่วยกระตุ้นการลงทุนในภาคเอกชน นอกจากนี้การเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงปลายปีหน้าจะช่วยสนับสนุนความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจสร้างโอกาสการลงทุนในเชิงบวกอีกด้วยครับ แบบนี้มองยาวไปถึงปีหน้าน่าจะสดใสนะครับผม

~ตลาดหุ้นเอเชีย ภาพรวมของเอเชียทุกตัวจริงๆ แล้วผมมองว่าสามารถทยอยสะสมต่อไปได้ครับ เนื่องจากตลาดหุ้นได้รับประโยชน์จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกขยายตัวดีขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออก ส่งผลให้ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ยังไม่มีสัญญาณเร่งตัว ทำให้ FED ไม่จำเป็นต้องรีบขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ ECB และ BOJ ยังจำเป็นต้องคงมาตรการ QE ต่อไป ทำให้ความเสี่ยงเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ยังไม่สูงมากนัก แบบนี้จัดต่อได้เลยครับผม

~สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : แนะนำให้สะสมเพิ่มเติมทั้งหุ้นสหรัฐฯ ไทย เอเชียภาพรวม เพราะดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกินในการลงทุนครับ งานนี้บอกเลยว่าภาพใหญ่ก็สดใส ภาพเล็กก็ไปได้ไกล แบบนี้น่าติดตามและน่าสนใจครับผม

 

#กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้

~ตราสารหนี้สหรัฐฯ แนะนำให้ยังคงทยอยสะสมตราสารหนี้เอกชนคุณภาพดี และ high yield ของสหรัฐฯต่อไปครับ เนื่องจากเศรษฐกิจและตลาดแรงงานที่ดีขึ้นต่อเนื่องทำให้ธุรกิจเติบโต และนอกจากนี้ เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มขยายตัวดีมากขึ้นจากนโยบายปฏิรูปภาษีที่ว่ามานี้ โดยความเสี่ยงต่อตราสารหนี้ต่างประเทศลดลงหลังจาก FED ทำการขึ้นดอกเบี้ยแต่ไม่ปรับการคาดการณ์ดอกเบี้ยในปีหน้าขึ้น ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีสัญญาณเร่งตัว ทำให้การลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศยังมีความน่าสนใจอยู่ครับ

~ตราสารหนี้ไทย แนะนำให้ชะลอลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย เนื่องจากผลตอบแทนในหลายช่วงอายุต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ธปท. และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทำให้ผลตอบแทนเมื่อเทียบกับความเสี่ยงไม่จูงใจ ประกอบกับเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเร่งตัวดีขึ้นในปีหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อตลาดหุ้นมากกว่าตราสารหนี้ครับ

~สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : ตอนนี้แนะนำให้ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้สหรัฐฯ ที่มี high yield และ  short duration เป็นหลักครับ
 

#กลยุทธ์ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก

~ทองคำ คำแนะนำของผมคือให้ทยอยสะสมได้ต่อครับ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯที่ยังไม่มีสัญญาณเร่งตัว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯยังไม่ปรับตัวขึ้นรวดเร็ว ลดแรงกดดันต่อราคาทองคำ นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือและการประกาศรับรองให้กรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของประเทศอิสราเอล จะทำให้ความต้องการถือทองคำเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสถานการณ์แบบนี้ยังทรงๆ อยู่ครับ ผมว่าก็ต้องดูๆ กันไปก่อน ดังนั้นมีทองคำติดพอร์ทไว้สบายใจกว่าครับ

~น้ำมัน แนะนำให้ทยอยสะสมน้ำมันต่อครับ หลังจากกลุ่มประเทศ OPEC และ Non-OPEC ตกลงต่ออายุการควบคุมกำลังการผลิตไปจนถึงปลายปี 2018 ซึ่งจะทำให้อุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดลดลงเร็วกว่าการคาดการณ์ นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเร่งตัวดีขึ้นในปีหน้าจะช่วยให้ปริมาณการบริโภคน้ำมันสูงขึ้นด้วย ก็น่าจะไปได้สวยเลยล่ะครับผม

~สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : แนะนำให้ยังสะสมต่อไปครับสำหรับทองคำและน้ำมัน ผมว่ายังไปต่อครับ จัดเข้าพอร์ทเพิ่มไปเรื่อยๆ ได้ครับ

สำหรับแผนการลงทุนในสัปดาห์สุดท้ายของปีนั้น ผมคิดว่าทิศทางหลังจากนี้คงจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมากครับ เว้นแต่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันนะครับ (ฮ่าๆ)  ดังนั้นภาพใหญ่อย่างสหรัฐฯ นั้นไปต่อได้ ภาพย่อยอย่างเอเชียและไทยก็น่าจะตามไปได้เช่นเดียวกันครับ สิ่งที่เราต้องมองคือการจัดการพอร์ทการลงทุนให้เหมาะสมครับ

ส่วนทางฝั่งของตราสารหนี้ ยังแนะนำเหมือนเดิมให้ลงทุนในกลุ่มกองทุนตราสารหนี้ที่ลงทุนในตราสารหนี้สหรัฐฯ ที่มี high yield และ  short duration เหมือนสัปดาห์ก่อนครับ ส่วนสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำกับน้ำมัน ยังคงเพิ่มเติมได้เรื่อยๆ ครับผม

และนี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้บอกกับทุกท่านครับว่า สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดในการลงทุนนั้น ไม่ใช่เรื่องของการจับจังหวะ การคัดเลือก แต่มันคือการจัดพอร์ทเพื่อให้ความเสี่ยงที่มีนั้นลดลง และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าได้มากขึ้นครับ ดังนั้นอย่าลืมจัดพอร์ทกันด้วยนะครับ

เอาล่ะครับ… สำหรับคอลัมน์อัศวินกองทุนในตอนนี้ต้องลากันไปก่อน แต่ไม่ลาหายไปไหนหรอกครับ เตรียมตัวผมกับรูปแบบใหม่ในปีหน้าได้เลยครับ ขอกล่าวคำทักทายสวัสดีปีใหม่ไว้ล่วงหน้ากันเลยละกันนะครับผม ขอให้ทุกท่านสมปราถนาทุกเรื่องที่ตั้งใจไว้ และติดตามอัศวินกองทุนต่อไปด้วยนะครับ

สวัสดีครับ

 

หมายเหตุ : *ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่ 21 ธ.ค. 2560 ทั้งนี้ เอกสารนี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเผยแพร่ทั่วไป ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชักชวน ชี้นำ หรือ เสนอซื้อ-ขาย หลักทรัพย์ใดๆ จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็นหรือคำแนะนำในการตัดสินใจการลงทุนทางการเงิน และทางธุรกิจแต่อย่างใดโดยสิ้นเชิง ผู้ใช้ข้อมูลนี้ต้องใช้ความระมัดระวังด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วยตนเอง