อัศวินกองทุน รายงานภาวะตลาดประจำวันที่ 20-24 พฤศจิกายน 2560

22 พฤศจิกายน 2560

สวัสดีครับ กลับมาพบกับผม อัศวินกองทุน เจ้าเก่าเจ้าเดิม เพิ่มเติม คือรอยยิ้มสดใสส่งท้ายปีเก่าครับผม!แน่นอนครับว่ามาครั้งนี้ผมไม่ได้มามือเปล่า ยังคงนำข่าวและกลยุทธ์ในการลงทุนมาฝากทุกคนเหมือนเช่นเคยครับ

เอาล่ะครับ เรามาเริ่มที่ภาพรวมของตลาดกันก่อนเลยดีกว่า…

#ภาพรวมของตลาด

ภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงครับ หลังจากนักลงทุนขายทำกำไร ซึ่งเป็นผลจากการที่ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นแรงก่อนหน้านี้ ผมมองว่าทั้งหมดนี้มาจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนออกมาดีกว่าตลาดคาด ทำให้ในระยะสั้นเกิดการปรับฐานของตลาดหุ้น และความกังวลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกหลังจาก EIA คาดการณ์ว่าอุปสงค์ของน้ำมันปรับตัวลดลลงครับ

มาดูกันเป็นรายตลาดบ้างครับ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีการปรับขึ้นเล็กน้อย สวนกับภาพรวมตลาดทั่วโลกครับ หลังจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯผ่านร่างกฎหมายการปฏิรูปภาษี ด้วยคะแนนเสียง 227 ต่อ 205 โดยร่างกฎหมายดั่งกล่าวจะถูกเสนอต่อวุฒิสภา เพื่อออกเป็นกฎหมายต่อไป คงต้องจับตาดูกันล่ะครับว่าจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า

ยัอนมาที่เอเชียกันบ้าง ฝั่งตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลดลง จากค่าเงินเยนที่เริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้น และตัวเลข GDP ระหว่างเดือน กรกฎาคมและกันยายนเติบโตแผ่วลง จากการบริโภคภาคที่ปรับตัวลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนครับ

ส่วนสินทรัพย์ทางเลือกอย่างราคาน้ำมันปรับตัวลดลงครับ หลังจากทาง EIA ปรับคาดการณ์อุปสงค์ของน้ำมันที่ลดลง ในขณะที่อุปทานมีปริมาณมากขึ้น ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวล

ภาพรวมเป็นแบบนี้ งั้นเรามาดูกลยุทธ์กันต่อครับ

 

#กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารทุน

~ตลาหุ้นยุโรป ผมแนะนำซื้อหุ้นยุโรปต่อครับ หลังจากตลาดหุ้นได้ปรับฐานมาแล้ว ในขณะที่ปัจจัยพื้นทางเศรษฐกิจออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคม เช่น ตัวเลข GDP และ ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ ส่วน ECB ก็ยืดระยะเวลาการทำ QE ออกไป ทำให้ตลาดหุ้นยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุนอยู่ครับ

~ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ถ้าใครลงทุนมาสักระยะแล้ว ผมแนะนำให้ขายทำกำไรออกมาก่อนครับ และรอจังหวะเข้าลงทุนเมื่อตลาดปรับฐานอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากคาดการณ์ว่าการผ่านร่างนโยบายปฏิรูปภาษีจะเสร็จในปีหน้า ซึ่งประกอบไปด้วยการลดภาษีรายได้บุคคล และภาษีในภาคธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลบวกโดยตรงต่อการบริโภคในประเทศ และจะช่วยสนับสนุนการจ้างงานและการลงทุนภาคเอกชนต่อไปครับ ดังนั้นรอจังหวะกันไปก่อนครับ

~ตลาดหุ้นเกาหลี ผมแนะนำให้ขายทำกำไรสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนมาก่อนหน้าและรอจังหวะเข้าลงทุนเมื่อตลาดปรับฐานอีกทีหนึ่งเช่นกันครับ เนื่องจากตลาดหุ้นยังได้รับประโยชน์จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกขยายตัวดีขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออก โดยคาดว่าผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนจะมีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่องจากกระแสการใช้สินค้าและบริการที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีของผู้บริโภคทั่วโลกต่อไปครับ รอจังหวะกันอีกสักพักนะครับผม

~ตลาดหุ้นอินเดีย ลุยต่อเลยครับ ผมแนะนำให้ซื้อหุ้นอินเดีย หลังจากรัฐบาลอินเดียจะอัดฉีดเงินทุนในธนาคารของรัฐบาลต่อไป เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง แก้ปัญหาหนี้เสีย และกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้เติบโตต่อเนื่องครับ โดยคาดว่าการอัดฉีดเงินทุนจะช่วยให้ธนาคารสามารถปล่อยกู้ให้กับภาคธุรกิจได้มากขึ้น สนับสนุนการลงทุนเอกชนและเพิ่มศักยภาพของการขยายตัวเศรษฐกิจในระยะยาว

~สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : โดยรวมแล้วตอนนี้เหลือแค่ ยุโรปและอินเดียที่น่าสนใจอยู่ครับ ส่วนที่เหลือนั้นขอให้รอจังหวะก่อนนะครับผม

#กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้

~ตราสารหนี้สหรัฐฯ ดูๆ แล้ว ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ จากตลาดหุ้นปรับตัวผันผวนหลังประกาศผลประกอบการ ทั้งนี้คาดว่าการผ่านนโยบายลดภาษีสหรัฐฯ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ธ.ค. อาจเป็นปัจจัยกดดันต่อการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ผมขอแนะนำให้ระมัดระวังการเพิ่มอายุการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศไว้บ้างครับ

~ตราสารหนี้ไทย ทางฝั่งพันธบัตรรัฐบาลไทย อายุ 1-3 ปีไทยปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หลังผลตอบแทนหลายช่วงอายุต่ำกว่าผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สวนทางกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง ทั้งนี้คาดว่าระยะกลางอัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังทรงตัวระดับต่ำ การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยน่าจะเป็นปัจจัยระยะสั้น อย่างไรก็ตามการลงทุนในตราสารหนี้ไทยยังคงได้ผลตอบแทนต่ำกว่าต่างประเทศ ทีนี้ผมยังคงคำแนะนำให้เพิ่มการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศเพื่อเพิ่มผลตอบแทนบ้างครับ

~สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : ผมแนะนำให้ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้สหรัฐฯ ที่มี high yield และ  short duration ครับ

#กลยุทธ์ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก

~ทองคำ ผมแนะนำให้ทยอยสะสมทองคำเนื่องจากความไม่แน่นอนของนโยบายลดภาษีสหรัฐฯ ทำให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงของพันธบัตรระยะยาวสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวลง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้การลงทุนทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้นครับ โดยเลือกลงทุนในกองทุนทองคำที่ป้องกันความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทครับผม

~น้ำมัน จัดต่อนะครับผม ทยอยสะสมน้ำมันจากความเป็นไปได้ที่ OPEC จะยืดระยะเวลาการลดกำลังการผลิตในการประชุมรอบเดือนพฤศจิกายน และความตึงเครียดทางการเมืองในประเทศซาอุดิอาระเบียและระหว่างซาอุฯ และเลบานอน เป็นปัจจัยสนับสนุนราคาน้ำมันในระยะสั้นอยู่ครับ

~สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : แนะนำให้ยังสะสมต่อไปครับสำหรับทองคำและน้ำมัน ผมยังมองว่าแนวโน้มน่าจะดีทั้งคู่ครับผม

สำหรับแผนการลงทุนในสัปดาห์นี้ ยังเน้นโฟกัสแค่ อินเดีย และยุโรป เท่านั้นครับ ส่วนตัวอื่นๆ แนะนำให้ชะลอการลงทุน และขายทำกำไรหุ้นสหรัฐฯ ออกมาเพื่อปรับพอร์ทการลงทุนให้เหมาะสม แล้วหันไปลงทุนในกลุ่มกองทุนตราสารหนี้ที่ลงทุนในตราสารหนี้สหรัฐฯ ที่มี high yield และ  short duration แทนครับผม ส่วนสินทรัพย์ทางเลือกก็เดิมๆ เพิ่มเติมคือลงต่อไปได้ครับ

สุดท้ายนี้ อย่าลืมติตตามสถานการณ์ลงทุนประจำสัปดาห์ และกลยุทธ์ในการลงทุนดีๆ กับผม อัศวินกองทุน และ Weekly Outlook แบบนี้เป็นประจำต่อเนื่องได้ที่นี่ แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ

หมายเหตุ : *ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่  16 พ.ย. 2560 ทั้งนี้ เอกสารนี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเผยแพร่ทั่วไป ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชักชวน ชี้นำ หรือ เสนอซื้อ-ขาย หลักทรัพย์ใดๆ จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็นหรือคำแนะนำในการตัดสินใจการลงทุนทางการเงิน และทางธุรกิจแต่อย่างใดโดยสิ้นเชิง ผู้ใช้ข้อมูลนี้ต้องใช้ความระมัดระวังด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วยตนเอง