อัศวินกองทุน รายงานภาวะตลาดประจำวันที่ 9-12 ตุลาคม 2560

9 ตุลาคม 2560

สวัสดีครับ เจอกันอีกแล้วครับกับผมอัศวินกองทุน และคอลัมน์ Weekly Outlook สรุปและอัพเดทกลยุทธ์การลงทุนประจำสัปดาห์ ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคมครับ

สำหรับสัปดาห์นี้ ดูเหมือนว่าหลายที่จะไปต่อได้นะครับ แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์ตอนนี้ผมชักมีลางสังหรณ์ว่าอย่าประมาทจนเกินไป ต้องจับตาดูกันให้ดีด้วยครับ เอาล่ะครับ เรามาดูกันว่าภาพรวมของตลาดมีอะไรบ้างในสัปดาห์นี้

#ภาพรวมของตลาด

เริ่มที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากสภาผู้แทนราษฎรมีมติอนุมัติงบประมาณ 4.1 ล้านล้านดอลลาร์สำหรับงบประมาณปี 2561 เพื่อผลักดันให้การพิจารณาร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีเริ่มได้ภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมายังมีความแข็งแกร่งต่อเนื่อง ซึ่งดูเหมือนว่าจะยังสดใสและไปต่อได้ครับ

ส่วนทางฝั่งเอเชียอย่างตลาดหุ้นจีน จะเห็นว่าหุ้น H-share ปรับตัวขึ้นโดดเด่น นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคารหลังจากธนาคารกลางจีนประกาศจะลดอัตราเงินสำรองที่ธนาคารในจีนต้องถือไว้ (RRR) นอกจากนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเดือน ก.ย. ออกมาสูงกว่าคาด ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจจีน

สำหรับตลาดหุ้นไทย ปู่ SET บ้านเรายังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากภาพรวมการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ดี รวมถึงตัวเลขการบริโภคภาคเอกชนและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของเดือน ก.ย. ที่ประกาศดีขึ้นด้วย

สุดท้ายสินทรัพย์ทางเลือกอย่างราคาน้ำมันปรับตัวลดลง เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมัน Shale Oil รัฐเท็กซัสในสหรัฐฯได้เริ่มเพิ่มกำลังการผลิตหลังจากผ่านช่วงพายุฮาร์วีย์ และจากการที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดย EIA คาดว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ในเดือน ต.ค. จะเพิ่มจากเดือน ก.ย. ถึง 79,000 บาร์เรล/วัน และราคาทองปรับตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาดีขึ้น และนักลงทุนมีความเชื่อมั่นและคาดหวังกับการที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. ทำให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยปรับตัวลดลงไปด้วยครับ

 

#กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารทุน

~ตลาดหุ้นญี่ปุ่น งคงต่อเนื่องกับคำแนะนำให้ซื้อสะสมหุ้นญี่ปุ่นครับ เนื่องจากมูลค่าพื้นฐานในตอนนี้ของตลาดน่าสนใจมากขึ้น หลังจากตลาดถูกกดดันต่อเนื่องจากความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี ในขณะที่นักวิเคราะห์ได้ปรับการคาดการณ์รายได้บริษัทขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแปลว่าศักยภาพที่ซ้อนเร้นยังมีอยู่ครับผม

~ตลาดหุ้นเกาหลี สัปดาห์นี้ผมแนะนำให้เริ่มกลับมาทยอยสะสมหุ้นเกาหลี เพราะได้ประโยชน์จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกขยายตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกในตอนนี้ครับ โดยตัวเลขการส่งออกในเดือน ก.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ที่ร้อยละ 35 นอกจากนี้ ความกังวลต่อประเด็นเกาหลีเหนือทำให้มูลค่าหุ้นเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานถูกกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าสะสมครับ

~ตลาดหุ้นจีน ยังแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นจีน A-share ต่อไปครับ เนื่องจากความคาดหวังถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ดีขึ้นตามการฟื้นตัวของสินค้าโภคภัณฑ์ จากนโยบายการควบคุมกำลังการผลิตในสินค้าเช่น เหล็กและถ่านหิน นอกจากนี้ เศรษฐกิจที่ขยายตัวดีกว่าคาดในช่วงครึ่งปีแรกจะช่วยให้รัฐบาลดำเนินนโยบายลดการก่อหนี้ของภาคเอกชนได้ด้วยครับ

~ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นสหรัฐฯขนาดเล็กต่อไปครับ เนื่องจากมีความคาดหวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงการประชุมสภาคองเกรส นอกจากนี้ ภาวะทางการเงินในประเทศสหรัฐฯ ที่ค่อนข้างผ่อนคลายและเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการของบริษัทขนาดเล็กต่อไปครับ ดีครับ ยังไปต่อได้ครับ

~ตลาดหุ้นยุโรป ไปต่อเช่นเดียวกันกับตลาดสหรัฐครับ ผมยังแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นยุโรปหลังจากธนาคารกลางยุโรปยังคงมาตรการผ่อนคลายต่อไป และยังไม่ส่งสัญญาณถึงการลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ ประกอบกับเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้บริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้ คาดว่าค่าเงินยูโรอาจอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์หลังจากประธาน Fed ยังคงยืนยันถึงการขึ้นดอกเบี้ยปลายปี ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการของบริษัทส่งออกในยุโรปอีกด้วยครับ

~สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : ฝั่งตลาดเกิดใหม่ยังสามารถสะสมได้ต่อครับ ได้ทั้งไทย จีน และทางฝั่งประเทศพัฒนาให้สะสมสหรัฐกับยุโรปต่อไป เช่นเดียวกันกับญี่ปุ่นครับผม สรุปสั้นๆคือเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเงินลงทุนนั่นแหละครับ

#กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้

~ตราสารหนี้สหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้สหรัฐฯปรับตัวขึ้นในทุกรุ่นอายุหลังจากตัวเลขผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อทั้งภาคอุตสาหกรรมและบริการเดือน ก.ย. ออกมาสูงกว่าการคาดการณ์สะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผมแนะนำให้ระมัดระวังการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวเนื่องจากความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความเป็นได้ของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของโดนัลด์ ทรัมป์ อาจผลักให้ตลาดคาดการณ์ถึงอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อตราสารหนี้ระยะยาวครับ

~ตราสารหนี้ไทย เช่นเดียวกันครับ ต้องเพิ่มความระมัดระวังการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาวจากความเสี่ยงอัตราเงินเฟ้อในประเทศที่เริ่มมีสัญญาณเร่งตัว และจากแนวโน้มการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศ นอกจากนี้ ตราสารหนี้ไทยมีความเสี่ยงถูกเทขายจากนักลงทุนต่างชาติที่เข้าซื้อสะสมในระดับสูงตั้งแต่ต้นปีหากค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าอย่างมีนัยสำคัญด้วยครับ แนะนำให้ระวังไว้เหมือนกันครับ

~สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : สำหรับตอนนี้ ผมอยากให้ระมัดระวังการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวเป็นส่วนใหญ่ครับ และถ้าจะให้ดีผมว่าการกระจายการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้แทน โดยเลือกกองทุนที่มีนโยบายลงทุนใน เงินฝาก ตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ภาครัฐ สถาบันการเงิน ซึ่งให้ผลตอบแทนที่ดีน่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในช่วงนี้ครับ

#กลยุทธ์ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก

~ทองคำ แนะนำให้กลับมาทยอยซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากตลาดหุ้นขาลงจากความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีที่อาจเพิ่มขึ้น หลังจากปธน. ทรัมป์ ยังคงท่าทีแข็งกร้าวต่อเกาหลีเหนือ ซึ่งอาจนำไปสู่การตอบโต้ที่รุนแรงขึ้นครับ แม้ว่าความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยจะดูเหมือนลดลง แต่ผมว่าเพิ่มเติมไว้ก่อนจะดีกว่าครับในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนแบบนี้

~น้ำมัน ผมแนะนำชะลอการลงทุนในน้ำมันต่อไปก่อนครับ เนื่องจากราคาน้ำมันได้ปรับขึ้นมารับปัจจัยบวกต่างๆ แล้ว เช่น ความต้องการน้ำมันดิบจากการกลับมาเปิดโรงกลั่นในสหรัฐฯ หลังจากพายุฮาร์วีย์สงบลง ในขณะที่ตัวเลขส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐฯเพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมา ซึ่งจะทำให้เกิดความเสี่ยงของอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากการกลับมาเปิดแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ

~สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : สัปดาห์นี้ยังแนะนำให้ชะลอการลงทุนน้ำมันต่อ แต่กลับมาสะสมทองคำรอได้เลยครับผม

ภาพรวมโดยสรุปของสัปดาห์นี้ ตัดตัวเลือกลงไปหลายตัว แต่แนะนำว่ายังไปต่อได้ครับสำหรับ ประเทศจีน A-Share แต่สำหรับตลาดพัฒนาแล้วทั้งหลาย ยังจัดเต็มได้ทั้ง สหรัฐ ยุโรป และ ญี่ปุ่น ส่วนสินทรัพย์ทางเลือกก็กลับมาสะสมทองคำได้เช่นกันครับ

อย่าลืมติตตามสถานการณ์ลงทุนประจำสัปดาห์ และกลยุทธ์ในการลงทุนดีๆ กับผม อัศวินกองทุน และ Weekly Outlook แบบนี้เป็นประจำต่อเนื่องได้ที่นี่ครับ สำหรับสัปดาห์นี้ต้องลาไปก่อน สวัสดีคร้าบบบบบ

หมายเหตุ : *ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่  6 ต.ค. 2560 ทั้งนี้ เอกสารนี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเผยแพร่ทั่วไป ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชักชวน ชี้นำ หรือ เสนอซื้อ-ขาย หลักทรัพย์ใดๆ จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็นหรือคำแนะนำในการตัดสินใจการลงทุนทางการเงิน และทางธุรกิจแต่อย่างใดโดยสิ้นเชิง ผู้ใช้ข้อมูลนี้ต้องใช้ความระมัดระวังด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วยตนเอง